enyxynematryx

ลอนดอนกำสรด: สุดโพรงกระต่าย ไม่มีแดนมหัศจรรย์

leave a comment »

เมื่อดูงานล่าสุดของผู้กำกับไมเคิล วินเทอร์บ็อตทอม(Michael Winterbottom)เรื่องนี้ไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง เราอาจดูแคลนความเรียบง่ายจนตื้นเขินของวิธีคิดในการนำคำ Wonderland มาตั้งชื่อหนัง เพราะคิดไปว่าชื่อ Wonderland น่าถูกหมายให้ทำหน้าที่เพียงบ่งบอกสภาพทางตอนใต้ของลอนดอนอันเป็นฉากหลัง อย่างไรก็ตามหลังจากติดตามดูหนังเรื่องนี้ไปอีกสักพักเราจะตระหนักขึ้นมาราง ๆ ว่าชื่อหนังน่าจะหมายให้ความหน้าชื่นอกตรมของตัวละครใน Wonderland ประหวัดความน้อยเนื้อต่ำใจไปประชดใส่ความโลดโผนและความปรารถนาจะได้พบพานโลกที่ตัดขาดจากความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิงของตัวละครใน Alice in Wonderland ซึ่งก็ดูจะเป็นวิธีคิดที่เข้าเรื่องมากกว่า

แต่สมมติฐานอย่างหลังก็มีพลังอธิบายที่น่าพอใจได้ถึงระดับหนึ่งเท่านั้นซ้ำจะมีอายุขัยที่สั้นกว่าความยาวของหนังเสียอีก ทั้งนี้เพราะความเห็นใจต่อชะตากรรมของตัวละครที่แตกดอกออกผลและแผ่พุ่มขึ้นในใจคนดูจนกว่าจะถึงตอนท้ายของหนัง โดยที่ไม่รู้สึกตัวว่าวินเทอร์บ็อตทอมดอดมาหว่านเมล็ดคัดแยกต้นกล้านี้ให้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ด้วยก็เห็นอยู่ว่าตัวละครไม่ได้มีทีท่าโอดครวญเรียกหาเจ้าความเห็นใจนี้แม้แต่น้อย กว่าจะรู้สึกตัวหัวใจคนดูก็เอิบอาบด้วยความรู้สึกที่รินหลั่งให้จนลืมไปแล้วว่า จะต้องระอาใจไม่ใช่เห็นอกเห็นใจที่ได้รับรู้ การณ์ที่กลับตาลปัตรเช่นนี้ก็เพราะความรันทดอย่างงดงามของ Wonderland นั่นเอง พร้อมกันนั้นก็เป็นการเก็บฉากสมมติฐานข้อสองเปิดทางให้สมมติฐานแรกที่ถูกเมินไปแล้วลอยเด่นขึ้นมาอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเมื่อไปถึงจุดนั้น ชื่อของหนังจะกินความถึงอะไรบ้างก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอีกต่อไป เนื่องด้วยคนดูนั้น“อิ่ม”ไปแล้ว เอาเป็นว่าให้ทั้งสองสมมติฐานผลัดแบ่งกันรับหน้าที่ไขความนัยตัวชื่อไปก็แล้วกัน

wnd-0011

ไมเคิล วินเทอร์บ็อตทอมนำวิธีถ่ายทำของเคน โลช(Ken Loach) และ ไมค์ ลีห์(Mike Leigh)มาใช้กับ Wonderland เพื่อขับเน้นให้หนังคงความสดและสมจริงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการบันทึกภาพตามท้องเรื่องซึ่งยึดตามสถานที่จริงทั้งหมดจึงกระทำโดยใช้กล้องเทินบ่า นอกจากนี้เขายังได้อาศัยประโยชน์จากโครงสร้างตัวละครและเรื่องราวของหนังตามรูปการที่ตัวละครมีการส่งมอบภารกิจทางประวัติศาสตร์ หรือไม่ก็เป็นกระจกสะท้อนอดีตและอนาคตให้แก่ปัจจุบันของกันและกัน ทำให้ทั้งตัวหนังและความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครมีทิศทางและเป็นไปในเชิงวัฏจักร โครงสร้างบทลักษณะดังกล่าวมีโรเบิร์ต อัลต์แมน(Robert Altman)เป็นเต้ยอยู่ ด้วยว่าที่จะได้เห็นโลกในหนัง “กลม” มากพอจะทัดเทียมกับที่ปรากฏอยู่ในงานอย่าง Nashville  Shot Cuts และ The Player ของอัลต์แมนเป็นไม่มี ที่กลมรองลงมาเห็นจะได้แก่ พอล ธอมัส แอนเดอร์สัน กับ Boogie Nights และ Magnolia

การเป็นกระจกสะท้อนภาวะอดีตและอนาคตต่อกันยังเป็นตัวย่อยสลายขอบเขตที่เก็บกั้นช่วงเวลาเฉพาะบุคคลของแต่ละตัวละครลง เป็นผลให้ในที่สุดแล้วประสบการณ์ซึ่งตัวละครทั้งหมดได้รับต่างก็เป็นเพียงส่วนประกอบย่อย ๆ ของสภาวะใหญ่หนึ่งเดียวที่เรียกว่า ชีวิต

องค์ประกอบหลักในการทำงานทั้งสองประการที่กล่าวมิได้บั่นทอนความเป็นตัวเองของ Wonderland ลงแต่อย่างใด อย่างแรกเนื้อในของหนังแม้ชื่อชั้นสังกัดของตัวละครจะเป็น ผู้ใช้แรงงานหรือ หรือ ชนชั้นกลางค่อนไปทางล่าง แต่พวกเธอและเขาปลอดจากภาวะการเป็นเครื่องมือรณรงค์อุดมการณ์ทางการเมือง หนังไม่ได้มุ่งจรรโลงสังคมมากไปกว่าจับตาการไขว่คว้าหาความสำเร็จในการสร้างสานสัมพันธภาพระหว่างกันด้วยแรงผลักดันจากความรัก โลภ โกรธ หลงโดยปุถุชนคนตัวเล็ก ๆ จากซอกมุมหนึ่งของลอนดอน เท่ากับว่าเที่ยวนี้เคน โลชได้แต่เพียงจัดกระเป๋าเสื้อผ้าเครื่องใช้ส่งมารอเก้อ ตัวตนและจิตวิญญาณของจอมเกรี้ยวกราดได้เดินทางมาสมทบที่ Wonderland รึก็เปล่า ยังเรื่องราวที่เกิดขึ้นและบุคลิกของตัวละครก็ไม่ได้มีเหตุเพราะการรนหาที่ ช่างตีโพยตีพาย หรือพวกบ้าจี้กับชีวิตซึ่งต้องผจญกับดักเยาะหยัน ดังที่อัลต์แมนใช้เล่นงานตัวละครของตนอยู่เสมออีกเล่าก็เป็นอย่างหลัง

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ส่วนที่ควรได้รับการยกย่องของ Wonderland นั้นอยู่ตรงที่สามารถดลให้คนดูหลวมถลำตัวสู่หนังโดยที่ผู้กำกับไม่ได้ติดตั้งส่วนที่จะทำหน้าที่เชียร์แขกเอาไว้ นี่เป็นคุณสมบัติที่ทำให้ Wonderland แตกต่างจากหนังฟอร์มยักษ์จากสตูดิโอใหญ่ที่ออกฉายประชันกันในช่วงซัมเมอร์ คำถามก็คือ แล้ววินเทอร์บ็อตทอมทำได้อย่างไร

พิจารณาจากระบบการผลิตและตลาดหนังแล้วจะพบว่า ทุกวันนี้หนังสังกัดค่ายแปรสภาพเป็นสินค้าไปแทบจะทั้งหมด และธรรมชาติของการกลายเป็นสินค้าเพื่อการเสพโดยมวลชนจำนวนมหาศาลย่อมเรียกร้องให้ต้องมีการวิจัยกันอย่างเอาเป็นเอาตาย และข้อมูลที่ได้ทั้งหมดจะถูกแปลงสภาพเป็นสิ่งที่ปรากฏบนจอ ด้วยเหตุดังนั้น ทุกภาพ ทุกจังหวะ ทุกอารมณ์ที่ปรากฏสู่สายตาคนดูจึงเป็นทุกอย่างที่คนดูบอกทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่ผู้สร้างไปนับครั้งไม่ถ้วนแล้วว่า ชอบ-ถูกตาถูกคอถูกใจ อย่างไรก็ดี การสนองตอบจากผู้ผลิตตามที่กล่าวมาเป็นไปได้เพียงภายใต้เงื่อนไข และด้วยวัตถุดิบรวมถึงกลวิธีที่บางชุดสุกงอมเข้าขั้นเป็นทฤษฎีซึ่งมีอยู่แต่เดิมแล้วทั้งสิ้น งานเหล่านั้นจึงไม่ต่างจากผลผลิตของการรวบรวมเอาส่วนที่เล็งผลเลิศแล้วว่าดีที่สุดสำหรับคนดูมาจัดวางเพื่อให้เกิดความลงตัวที่สุด แต่ทั้งหมดก็ยังวนเวียนอยู่ใน “ความเป็นเรา”ของคนดู สัมผัสน้อยจะสร้างความระคายเคือง แปลกแยกหาได้ไม่ หากเต็มไปด้วยอัธยาศัย

ทว่าสำหรับ Wonderland เห็นได้ชัดว่าผู้กำกับจงใจเสนอสภาวะ“ความเป็นอื่น”ให้แก่คนดู สาเหตุมาจากเรื่องราวและลีลาการนำเสนอที่คงไม่ได้เป็นผลการประมวลข้อมูลจากแบบสอบถามซึ่งคนดูกรอกคืนมาให้แน่ ๆ ความไม่คุ้นเคยจึงก่อตัวขึ้นและไปกระตุ้นความสงสัยใคร่รู้ของคนดู กล่าวอีกนัยหนึ่ง หลักนิยมที่ใช้ในปฏิบัติการหนังครั้งนี้ของวินเทอร์บ็อตทอมได้มาจากการสำรวจจุดอ่อนและช่องว่างตามธรรมชาติของระบบตลาดหนังและคนดูโดยแทรกไปตามพื้นที่ว่างที่สตูดิโอยักษ์ไม่เคยใช้เป็นทางกรีฑาทัพซึมผ่านเข้าจู่โจมคนดู ควรกล่าวด้วยว่า “ความเป็นอื่น” ในที่นี้ได้มาจากวัตถุดิบใกล้มือที่เราคิดไม่ถึง เหตุจากความที่เราคุ้นชินจนเห็นเป็นสิ่งไม่มีค่าควรใส่ใจ ไม่น่าสนใจพอที่จะทำความรู้จัก และคำนึงถึงเพียงว่าเราไม่เหมือนเขา ผู้ที่เดินสวนกับเราทุกวันบนสะพานลอย ในร้านสะดวกซื้อ แต่เราสำนึกเสมอว่าตัวเราไม่มีทางต้องเจอต้องเป็นอย่างที่“พวกเขา”เจอและเป็นอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าในวันนี้หรือวันไหน ๆ

วินเทอร์บ็อตทอมตั้งใจเอาภาพการดำรงชีวิตของ “คนพวกนั้น” มาถ่ายทอดผ่านกระบวนการ “เป็นอื่น” ซึ่งจะได้ผลหรือไม่นั้นก็สุดแล้วแต่คนดู ชะตากรรมของ Wonderland ในตลาดมีสิทธิ์เป็นไปเฉกเช่นที่ตัวละครประสบในหนังนั่นคือต้องทนรับความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่ากับความพยายามสร้างปฏิสัมพันธ์กับวงศาคณาญาติ(คนกำลังจะเป็นและ/หรือ อดีต)คู่ชีวิต เพื่อน เพื่อนบ้านและคนรอบข้าง

บิล และ ไอลีน (รับบทโดย แจ็ค เชพเพิร์ด – – Jack Shepherd และ คิกา มาร์คแฮม – – Kika Markham)ไม่ได้สร้างครอบครัวขึ้นมาด้วยทุกสิ่งที่แต่ละฝ่ายมี และคงรวมถึงวัตถุดิบที่ไม่พึงขาดสำหรับชีวิตคู่อย่างความรู้สึกที่เรียกว่า รัก ด้วยเป็นแน่ “รัก”ไม่มีส่วนต่อชีวิตของคนคู่นี้มาแต่ไหนแต่ไรจริง ๆ ยิ่งนานวันยิ่งเป็นที่ประจักษ์ แม้กระนั้นเขาและเธอยังสามารถผลิตสมาชิกในครอบครัวได้ถึงสี่คน อนุสรณ์ชีวิตผัวเมียมีเพียงความเงียบงันที่สาดเสียเทเสียใส่กัน กับพฤติกรรมของแม่ที่เที่ยวระบายความขมขื่นในชีวิตเอากับคนอื่น ๆ ในบ้านด้วยการเอ็ดตะโรไม่เว้นแต่ละวันเพราะอาการประสาท แข่งกับเสียงเห่าจากหมาข้างบ้าน ก่อนที่แม่จะเป็นฝ่ายทนความรำคาญไม่ไหวจึงย่องไปวางยาหวังกำจัดเจ้าหมาโชคร้ายให้สิ้นเรื่องไป

ยังมีคนที่ไม่อาจทานทนรับสภาวะดังกล่าวมากเสียยิ่งกว่าแม่ ดาร์เร็น (เอ็นโ ซ ซิเล็นติ – – Enzo Cilenti) ลูกชายคนเดียวของบ้าน ตัดสินใจเดินจากไปทิ้งเพียงความทรมานใจแสนสาหัสและเฝ้าโทษตัวเองของคนเป็นพ่อไว้เบื้องหลัง เขาน่าจะเป็นสมาชิกรายเดียวที่มีโอกาสก่อนใครที่จะสามารถเข้าใจรสสัมผัสของความสุขในชีวิต บิลเองแม้จะไร้หนทางจะสางปัญหาเก่า แต่เขาก็ไม่มีแก่ใจที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่เช่นกัน จึงได้แต่เพียงตัดไฟแต่ต้นลม หักห้ามใจยับยั้งความรู้สึกดี ๆ ที่ผุดขึ้นมาไม่ให้เลยเถิดเพราะสายตาเว้าวอนและความสนิทชิดเชื้อที่ได้รับจากสตรีเลือดแคริบเบี้ยนที่อยู่บ้านในละแวกเดียวกัน

wnd-004ลูกที่เหลืออยู่เป็นสาวสามใบเถา ใน Wonderland พวกเธอเป็นแกนหลักทำหน้าที่ปลดปล่อยรายละเอียดและวิกฤติการณ์ในชีวิตซึ่งสำหรับคนทั่วไปสองคำนี้มีช่วงความหมายที่ห่างกันไกลโข แต่กับพวกเธอคำคู่นี้ไม่สู้มีความหมายแตกต่างกันนักถ้าหากจะใช้เรียกเหตุการณ์อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นกับชีวิตพวกเธอ เพราะทุกจังหวะชีวิตพวกเธอล้วนปะติดปะต่อและลำเลียงมาด้วยวิกฤติทั้งสิ้น

ฉากแรกของ Wonderland เปิดเรื่องที่นาเดีย(จินา แม็กกี – – Gina McKee)หนึ่งในสามสาวในบาร์แห่งหนึ่งเพื่อนำเราไปพบกับความผิดหวังของเธอจากการออกเดทกับผู้ชายที่ติดต่อผ่านทางคอลัมน์หาคู่ซึ่งจบลง หลังจากผจญกับความซุ่มซ่าม ทุลักทุเล เพราะอาการเกร็งและเรื่องจุดใต้ตำตอ เนื่องจากคนทั้งสองต่างเวียนว่ายอยู่ในวิถีเฟ้นหาคู่ครองแบบนี้มานมนานจนแทบกลายเป็นกิจวัตรไปแล้ว การนัดบอดทุกครั้งที่ผ่านมาลงเอยด้วยความเดียวดาย และครั้งนี้ก็เช่นกัน

เราจะได้รู้ต่อไปอีกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งเดียวของเธอ นาเดียสาวเสิร์ฟแห่งโซโหคาเฟ่ผู้น่าสงสารและคนในบ้านก็รู้กันไปทั่วว่าเธอหมกมุ่นกับการหาคู่จนขึ้นสมอง แม้แต่แดนอดีตสามีพี่สาวเธอซึ่งเห็น “กิจวัตร” นี้เป็นเรื่องตลก เขาอำนาเดียด้วยการแสร้งติดต่อผ่านมาทางคอลัมน์หาคู่และทำให้เธอต้องขายขี้หน้า

หนึ่งสาวยังไม่ทันได้เริ่มชีวิตคู่ อีกหนึ่งสาวก็กำลังล่วงสู่ช่วงปรับตัวให้เข้ากับสภาพบ้านแตกสาแหรกขาด ขณะที่อีกสาวกำลังยืนหมิ่นเหม่อยู่ริมผาสูงชันของอนาคตครอบครัว

หลังจากหย่าขาดกับแดน(เอียน ฮาร์ท – – Ian Hart)สามีที่ไม่ค่อยจะเอาถ่านไป ช่างทำผมเด็บบีคนงาม(เชอร์ลี่ย์ เฮ็นเดอร์สัน – – Shirley Henderson)ต้องทำงานเลี้ยงสองปากสองท้อง ทั้งตนเองและแจ็ค(พีเตอร์ มาร์ฟลีท – – Peter Marfleet)ลูกชายที่กำลังโต เด็บบีสูบบุหรี่จัด เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับงานปาร์ตี้และงานดูแลลูกชาย เด็บบีดูกร้านและมีธาตุทรหดสูงที่สุดในบรรดาพี่น้อง สาวเถาใบสุดท้าย คือ มอลลี(มอลลี พาร์คเกอร์ – – Molly Parker) คุณครูผู้ปรารถนาความสงบและเรียบง่าย แต่ชีวิตคู่กลับต้องมาลุ่ม ๆ ดอน ๆ เพราะความอ่อนด้อยวุฒิภาวะของเอ็ดดีแฟนหนุ่ม(จอห์น ซิมม์ – – John Simm) เรื่องราวคงไม่ร้ายแรงอะไรหากมอลลีไม่ได้กำลังท้องแก่จวนคลอดเต็มที และต่อมาเอ็ดดีก็ผลีผลามลาออกจากงานโดยไม่บอกกล่าวหรือปรึกษาเธอสักคำว่าเขาไม่คิดว่าจะทนแบกรับภาระอันหนักอึ้งนี้ได้

เอ็ดดีเกลียดงานขายเครื่องใช้กระจุกกระจิก แต่จะต้องทำหากทั้งสองเห็นพ้องลูกให้ออกมาลืมตาดูโลก ความขัดแย้งของเอ็ดดีเผชิญนับเป็นการตีโพยตีพายสังคมฐานบีบคั้นให้ผู้คนต้องยอมจำนนและพ่ายแพ้ไม่ในทางใดก็ทางหนึ่ง โดยวินเทอร์บ็อตทอมแตะส่วนนี้เพียงพอให้รู้สึก เอ็ดดีจากไปหลังความพยายามครั้งแล้วครั้งเล่ากับการหักใจดิบบอกข่าวร้ายทั้งหมดแก่มอลลีไม่เคยเป็นผลสำเร็จ และมอลลีได้แต่รอรับปัญหาที่กำลังจะระเบิดอยู่ในอีกไม่นานเพียงลำพัง

มรสุมของมอลลีมาถึงในห้วงเวลาเดียวกับเด็บบี สาเหตุมาจาก อาการหย่อนสมรรถภาพในการรักษาสัมพันธภาพของผู้ชายอีกเช่นกัน

ถึงจะเลิกรากับเด็บบี แดนก็ยังมีภาระต้องมาดูแลแจ็คในช่วงสุดสัปดาห์ ความเป็นแดนทำให้เขาทำหน้าที่พ่อได้ไม่ดีพอ ๆ กับการทำหน้าที่สามี ในเมื่อคุมตัวเองยังไม่ไหวแล้วจะเอาลูกชายวัยเริ่มห้าวอยู่ได้อย่างไร เขาหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่บนถนนเป็นนานสองนานกว่าจะพาตัวเองและลูกชายฝ่าทั้งรถติดและบรรดาคอลูกหนังที่แห่เข้าไปเชียร์บอลกัน ในสนามบรรยากาศก็เป็นใจให้คึกคักเพราะเกมหนักหน่วงเร้าใจจนต้องกลั้วด้วยแอลกอฮอล์ กว่าจะถึงบ้านแดนก็เมาจนได้ที่ แจ็คสบโอกาสขโมยเงินพ่อหายเข้าไปในงานฉลองเทศกาลวันตรุษ Guy Fawkes ซึ่งตรงกับวันที่ 5 พฤศจิกายนของทุกปีอันเป็นวันรำลึกเหตุการณ์เมื่อครั้งเกิดกบฏวังเวสต์มินเตอร์ เมื่อถึงวันนี้ชาวบ้านจะออกมาเล่นพลุและจุดดอกไม้ไฟพร้อมกับจัดให้มีการละเล่นรื่นเริง

Wonderland เหมือนจะไม่มีเพดานเหตุการณ์ แต่เพราะชีวิตจริงของมนุษย์ก็เป็นเช่นนั้นและในเมื่อหนังเรื่องนี้คือการถ่ายทอดสดชีวิต หนังจึงไม่สมควรทำเกินหน้าที่ ดังนั้นถ้าจะถือเอาเหตุการณ์ที่แจ็คหายตัวไปและเกือบทุกคนในครอบครัวต้องมารวมตัวกันเพื่อรอฟังข่าวของแจ็คที่สถานีตำรวจเป็นจุดสุดยอดของหนังก็พอได้ แต่วินเทอร์บ็อตทอมยังมีทีเด็ดกว่านั้น เพราะนาเดียก็ยังเป็นนาเดียผู้ยังคงเดินหน้า “ขอความรักบ้างได้ไหม” ต่อไป

แล้วรอยช้ำจ้ำใหญ่ที่หนุ่มจากคอลัมน์หาคู่อีกรายฝากไว้ให้ก็มาถึง รายนี้เด็ดขาดพอที่จะตะเพิดนาเดียออกจากเตียงในทันทีที่ภารกิจรักสิ้นสุดลง หลังจากนี้วินเทอร์บ็อตทอมก็สะบัดลีลาเรียกความเหงาแล่นเข้าจับขั้วหัวใจคนดู และผลก็ออกมาเป็นฉากที่ได้รับการเชิดชูว่าบันดาลความสะทกสะท้านในห้วงอารมณ์และเปล่าเปลี่ยวใจได้รุนแรงที่สุดฉากหนึ่งในรอบปีนี้ ฉากที่ว่าเกิดขึ้นบนรถประจำทางสองชั้นที่พานาเดียกลับบ้าน ท่ามกลางเสียงความสุขอึงมี่จากคู่รักที่อยู่รายรอบเธอ กล้องจับภาพใบหน้าอันแสนเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรของเธอ แต่บัดเดี๋ยวกลับมีน้ำใสเอ่อรินจากดวงตากลมโตคู่นั้นและค่อย ๆ เรี่ยระบายจนอาบสองแก้มในที่สุด เหมือนไม่มีอะไรแต่ใจร้ายชะมัด วินเทอร์บ็อตทอมยอมรับว่าภาพเหงาวิจิตร กินใจในลักษณะนี้เป็นผลของอิทธิพลที่ตนรับมาจากหว่อง การ์ ไว(Wong Kar-wai)

กลับถึงบ้านนาเดียพบกับแฟรงคลิน(เดวิด ฟาห์ม – -David Fahm) หนุ่มบ้านตรงข้ามซึ่งในหัวใจมีความเดียวดายเก็บกักไว้ไม่น้อยไปกว่าคนบ้านนี้ อย่างน้อยผู้เป็นแม่ก็เย็นชากับเขาราวเป็นคนแปลกหน้าที่บังเอิญต้องมาใช้ชีวิตร่วมชายคาเดียวกัน น่าแปลกที่บ้านก็ตั้งประจันหน้ากันอยู่แต่ไม่รู้ว่าต้องสิ้นเปลืองเวลาและพลังงานไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่กว่าจะพบว่าเพื่อนที่คุยได้อย่างออกรสออกชาตินั้นอยู่ใกล้เพียงเอื้อม ยังไม่สายที่ทั้งคู่ยังมีโอกาสได้ใช้เวลานับชั่วโมงปล่อยให้ความเหงาออกมาคุยกัน

กระทั่งเดินทางมาถึงช่วงท้ายแล้วอย่างนี้ ความอบอุ่นแผ่โรยตัวขึ้นไล่ไอหนาวไปแม้ว่าจะเพียงน้อยนิด ก็แล้ว แต่หากลองนึกทบทวนย้อนกลับไป เราจะเฉลียวใจขึ้นมาทันทีว่าดวงอาทิตย์ไม่เคยโผล่หรือแสดงว่ามีตัวตนอยู่ใน Wonderland สักครั้งเดียว

หากชีวิตไม่เคยได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ คือ ชีวิตที่ไม่เคยสัมผัสความน่าชื่นชมสมหวัง และหนาวเหน็บ แต่มาบัดนี้เมื่อทั้งความหวังและความอบอุ่นคุกรุ่นขึ้นมาเหตุไฉนวินเทอร์บ็อตทอมยังเอามือปิดฟ้าไม่ให้ดวงตะวันได้ส่งสัญญาณความกระชุ่มกระชวยแก่ชีวิตทั้งปวง คำตอบอาจมีอยู่สองแหล่งด้วยกัน คือ สำนึกต่อการมีชีวิตของตัวละคร และทัศนคติหรือการมองโลกในแง่ร้ายของหนัง

wnd-002

ในส่วนสำนึกของตัวละครนั้น นับแต่แรกที่เราเห็นพวกเธอดำรงตนอยู่ได้ด้วยการบอกตัวเองว่าสิ่งที่หวังคงมาถึงในสักวัน แม้ไม่รู้ว่า สักวัน นั้นจะเป็นเมื่อใด ไม่ว่าชีวิตจะติดลบเพียงใด ทั้งหมดก็ยังบากหน้าเดินเก็บต่อไป เพราะไม่มีใครรู้ว่าชีวิตถูกลิขิตไว้เช่นใด มาจากไหนและจะไปสิ้นสุดลงที่ใด เรี่ยวแรงก๊กสุดท้ายที่มักคิดว่าหมดแล้วหมดเลยยังคงรีดเค้นตัวออกมารองรับแรงกระแทกต่อชีวิตได้เรื่อย ๆ ด้วยสำนึกอันซมซานซ้ำซากอย่างนี้ คิดหรือว่าอำนาจสว่างร้อนของแสงตะวันนั้นจะมีฤทธานุภาพพอจะฉายส่องจิตใจคนเหล่านี้ให้โปร่งแจ้งสบาย มองเห็นทาง เกิดความหวัง ความรวดร้าวบรรเทาลง และคลายความทดท้อได้ ไม่เลย อาจเพราะหยิ่งที่ผ่านเรื่องร้าย ๆ มาได้จนคิดว่าแม้มีกำลังใจที่แม่นมั่นกว่านั้นก็คงไม่ได้ช่วยแก้ไขทุกอย่างให้ดีขึ้น

และด้วยทัศนคติเชิงลบที่สมคบกับโครงสร้างความสัมพันธ์แบบ“ทีมวิ่งผลัด 3 x ตลอดชีวิต หญิง”ของหนัง หลังจากดันและผ่อนอารมณ์ด้วยสองตอนที่อยู่คนละขั้วมาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน วินเทอร์บ็อตทอมยังไม่อนุญาตให้ความอ่อนล้าที่ปล่อยเข้าทิ่มแทงอยู่ตลอด มามีอิทธิพลเหนือคนดูจนวางใจต่อโลกและเลือกข้างอย่าง“เอาง่ายเข้าว่า” เพราะนาเดียยังมีชีวิตทั้งของทั้งมอลลีและเด็บบีเป็นสถานการณ์จำลองให้ดูเป็นตัวอย่าง หนังอาจเล่าแทรกไว้บ้างเกี่ยวกับแฟร้งคลินในแง่เป็นผู้ชายที่น่ารัก เขาเพียรหาเพลงโปรดของนาเดียมาฟังเพื่อทำความรู้จักเธอทางอ้อม แต่นั่นอาจเป็นเหตุบังเอิญที่หนังไปจับเฉพาะด้านดีของเขาพลิกให้คนดูเห็น เหมือนอย่างที่กาลครั้งหนึ่งก่อนหนังจะเริ่มมอลลี่และเด็บบี้ในฐานะ “คนดู” ก็อาจเคยแต่เห็นด้านดีของเอ็ดดีและแดนตามลำดับ แต่หลังจากใช้ชีวิตร่วมกัน ด้านที่เหลือ ๆ ของผู้ชายทั้งสองก็ค่อยทยอยหันมาเผยโฉมหน้าให้สองสาวเห็น แฟรงคลินก็ไม่อาจหนีข้อสรุปนี้ไปได้เช่นกัน

อันที่จริง ผู้ชายใน Wonderland ต่างก็เป็น “เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ” ไม่ได้เลวทรามต่ำช้าโดยสันดาน โชคดีที่ผู้กำกับไม่ประสงค์จะวิพากษ์ตัวละคร ไม่เช่นนั้นแล้วความเป็นชายใน Wonderland อาจดูน่าสมเพชกว่าที่เป็นอยู่

ดวงอาทิตย์ที่ต้องไร้ตัวตนใน Wonderland ยังมีสาเหตุเชิงโครงสร้างมาเบียดขับอยู่อีกแรง กล่าวคือ วินเทอร์บ็อตทอมคงไม่อยากให้วลีที่ว่า “แล้วทั้งสองก็ครองรักอย่างมีความสุขไปด้วยกันตลอดกาล” โผล่เข้ามาทำลายโครงสร้างของหนัง ในที่นี้ย่อมเป็นผลจากที่พิจารณาแล้วว่าแสงอาทิตย์เป็นสัญลักษณ์อย่างที่กล่าวไปแล้วจริง วินเทอร์บ็อตทอมจงใจกักทุกคนรวมทั้งนาเดียไว้ในห้วงแห่งความไม่แน่ใจว่าแฟร้งคลินรวมถึงแนวทางของชีวิตส่วนที่เหลือนั้นจะเป็นคำตอบสุดท้ายของนาเดียหรือไม่ เหตุฉะนี้ จึงสมควรแล้วที่แสงอาทิตย์จะไม่มีวันได้กร้ำกรายพื้นผิว Wonderland

การที่เนื้อเรื่องถักทอขึ้นจากความทุกข์ความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเชื้อเพาะชั้นยอดแก่ความเบื่อและความล้าที่จะก่อตัวขึ้นในใจคนดู ต้องยอมรับว่าผู้กำกับค้นคิดกลยุทธรับมือและแก้ทางได้อย่างมีลำหักลำโค่นไม่เบา วินเทอร์บ็อตทอมแก้ง่วงและเรียกความจดจ่อจากคนดูโดยใส่จังหวะให้หนังอย่างไม่ปราณีปราศรัยสังเกตได้ว่าแต่ละเหตุการณ์ได้รับจัดสรรเวลาสั้นยาวไม่เท่ากัน อัตราเร็ว อัตราเร่งที่แตกต่างกันสุดขั้วในแต่ละตอนนั้นป่วนให้การเรียงลำดับภาพ Wonderland เข้าขั้นไร้แบบแผนเลยทีเดียว เมื่อคนดูไม่อาจอ่านหรือเดาความเร็วของหนัง การละความสนใจไปเพียงครู่อาจทำให้หลง บ่อยครั้งที่หนังกำลังเดินหน้าตะบึงสุดกำลังอยู่ดี ๆ กลับมีอันต้องมาอ้อยอิ่งอยู่กับพฤติกรรมบางอย่างของตัวละคร สลับช้า/เร็ว-สั้น/ยาวอยู่เช่นนี้ไม่ขาด ทางหนึ่งเป็นการฉายบางด้านของตัวละครออกมา ทางหนึ่งเป็นการขยับขยายหาที่ว่างให้แก่รายละเอียดปลีกย่อยหรือเหตุการณ์สำคัญอื่น ๆ ได้แทรกตัวอยู่ในช่วงเวลาของหนังซึ่งกินเวลาเพียงไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ของชีวิตตัวละคร ด้วยเหตุเดียวกันยังมีผลลดทอนความหดหู่ได้เป็นอันมาก

ดนตรีประกอบฝีมือของไมเคิล นีแมน(Michael Nyman)ที่ฟังคล้ายจังหวะการเดินของเข็มนาฬิกาคลออยู่เป็นระยะตลอดเรื่องคล้ายเป็นการประกาศว่าเวลาของทุกชีวิตนั้นมีแต่จะร่อยหรอลงไปเรื่อย ๆ และนับวันตาย ปฏิกิริยาระหว่างภาพจากการตัดต่อในลักษณะดังกล่าวกับเสียงดนตรีแตกออกเป็นสองความรู้สึก คือ เมื่อภาพอ้อยอิ่งเสียงดนตรีจะทำให้รู้สึกเหมือนตัวละครกำลังฆ่าหรือปล่อยให้เวลาสูญเปล่า เมื่อภาพวูบวาบเสียงดนตรีแบบเดียวกันกลับเหมือนเป็นสัญญาณนับถอยหลังเร่งเร้าคนดูและตัวละคร ดนตรียังถูกใช้เพื่อบอกอายุของหนังเมื่อลุผ่านช่วงตอนหนึ่งไปสู่อีกตอนหนึ่ง

เหตุผลหนึ่งที่รั้ง Wonderland ไว้ไม้ให้ถูกจัดไปอยู่ในกลุ่มงานสารคดีเต็มรูปคงเป็นเพราะยังใช้บริการจากนักแสดงอาชีพในบทบาทหลัก ๆ อยู่ สำหรับตัวประกอบที่ปรากฏตามที่สาธารณะในหนังนั้นเชื่อว่าวินเทอร์บ็อตทอมคงใช้บริการจากคนในพื้นที่จริง ๆ การทำหน้าที่ของนักแสดงเป็นอีกหนึ่งไม้เด็ดของ Wonderland นักแสดงหลักทุกคนได้รับโอกาสให้ประชันบทบาทกันเต็มที่โดยอัตโนมัติเนื่องจากผู้กำกับเน้นไปที่ความสดจนไม่ยินยอมให้การสนับสนุนจากเทคนิคปรุงแต่งใด ๆ มาแผ้วพาน หนังจึงต้องฝากความหวังไว้ที่ฝีมือของผู้แสดงเป็นสำคัญ และค่าที่เข้าข่ายจะเป็นงานสารคดีเช่นนี้ ผู้ที่จะมารับหน้าที่แสดงต้องเข้าถึงบทบาทได้อย่างเป็นธรรมชาติจริง ๆ เท่านั้น

wnd-003นักแสดงฟากฝ่ายหญิงทุกรายทำงานบรรลุผลได้ตามเป้าที่ผู้กำกับตั้งไว้ทุกประการ และขอให้จับตาจินา แม็คกี สาวชุดดำมาดสุขุมในเก้าอี้รถเข็นจาก Notting Hill มาเป็นนาเดียเด็กสาวที่ภายนอกดูร่าเริง ทรงเสน่ห์แต่ไร้เดียงสา สะพายเป้ เก๋ตลอด และเป็นแฟนเพลงแด๊นซ์ตัวยง แต่ข้างในนั้นเธอขี้อายและแทบไม่มีส่วนที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์เอาเสียเลย แม็คกีพลิกบุคลิกได้อย่างเหลือเชื่อ และเมื่อนำไปคิดรวมกับผลงานที่ผ่านมา นาเดียแห่ง Wonderland เป็นก้าวย่างที่ส่งให้สาวตาโพลงรายนี้ขึ้นไปยืนพริ้งโอ่อ่าใน

Michael  Winterbottom

Michael Winterbottom

ทำเนียบนักแสดงชั้นนำของอังกฤษไปแล้ว Wonderland ยังนับเป็นวาระพิเศษที่นักแสดงหญิงลายครามคิกา มาร์คแฮมหวนคืนสู่จอเงิน เธอหายหน้าหายตาไปนานเพราะไม่ได้รับงานเด่น ๆ อีกเลย นับแต่บทแห่งความทรงจำกับการแสดงนำใน Two English Girls ของฟรังซัวส์ ทรุฟโฟต์ เมื่อ 25 ปีล่วงมาแล้ว 

ไมเคิล วินเทอร์บ็อตทอม ต้องล้มลุกคลุกคลานและหาทางออกแก่ชีวิตผู้กำกับหนังไม่เจออยู่พักใหญ่ หลังจากเจ็บตัวกับ Welcome to Sarajevo และ Jade และเหมือนกับว่าเขาจะทำดีไม่ขึ้นในทางนี้เสียแล้ว เพราะเมื่อมองข้ามไปอีกฟากการตอบรับก็ต่างกันลิบลับ  Cracker ซีรี่ส์ซ่อนเงื่อนที่เขาสวมหมวกเป็นผู้กำกับไปได้สวยทางจอแก้ว ในการทำงานเพื่อ Wonderland วินเทอร์บ็อตทอมต้องใช้ความรอบคอบมากกว่าทุกครั้ง ผลที่ได้นับว่าเขาเลือกเดินมาถูกทางและมองเห็นอนาคตในฐานะผู้กำกับหนังใหญ่สดใสกระจ่างตามากขึ้น
 
ตามที่มีหลายเสียงตั้งข้อสังเกตว่า Wonderland ช่างงามละม้าย สามดรุณี ของเชคอฟเสียเหลือเกินผิดกันเพียงสถานที่และเวลาที่เปลี่ยนจากรัสเซียในอดีตมาเป็นลอนดอนของปัจจุบัน ผู้กำกับวินเทอร์บ็อตทอมปฏิเสธเสียงแข็งในความเกี่ยวพันระหว่างเขากับแอนตัน เชคอฟ(Anton Chekhov)และย้ำว่าแรงบันดาลใจในการเขียนบท Wonderland โดยส่วนใหญ่มาจาก Short Cuts ของโรเบิร์ต อัลต์แมนดังที่กล่าวไปแล้วเท่านั้น

a scene from Welcome to Sarajevo

a scene from Welcome to Sarajevo

 

แปลจาก
1. Ebert, Roger. ‘WONDERLAND’. http://www.suntimes.com/output/ebert1/wonder11f.html
2. Foreman, Jonathan. ‘WONDERS OF LONDON’. http://www.nypost.com/movies/33974.htm
3. Horton, Robert. ‘Beautiful and Uplifting’. http://www.film.com/film-review/2000/10013203/18/default-review.html
4. Hunter, Stephen. ‘Wonderland: A Trip Down The Rabbit Hole to Hard Reality’. http://www.washingtonpost.com/wp-srv/entertainment/movies/
reviews/wonderlandhunter.htm
5. Jeffries, Stuart. ‘The walking wounded of Wonderland’. http://www.filmunlimited.co.uk/Feature_Story/interview/
0,5365,123955,00.html
6. Mitchell, Elvis. ‘Three Sisters in London, With Lives Worth Mourning’. http://www.nytoday.com/scripts/editorial.dll?eetype=Article&eeid=2832882&render=y&ck=&mwhere=Manhattan&mwhat=250&ver=hb1.40

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: