enyxynematryx

แถวนี้แม่งเถื่อน ไม่แนวจริงอยู่ไม่ได้

leave a comment »

คนพวกนี้ทำหนังไร้หัวนอนปลายเท้า สักแต่สนองตัณหาภาษาภาพยนตร์ รสนิยมและความเป็นจริงตามที่เห็น  มาร์ก  กัสซินอาสาไปสำรวจว่า แถวๆ ฐานที่มั่นกองกำลังปฏิวัติโลกภาพยนตร์นั้น เถื่อนและแนวขนาดไหน

ลองนึกภาพตัวเองอยู่ในมหานครแห่งภาพเคลื่อนไหว(kineopolis) อันแน่นขนัดด้วยหนังจากทุกชาติ มิผิดกับห้องสมุดอเล็กซานเดรีย ระหว่างทอดน่องผ่านรโหฐานอันโอ่โถงนั้นให้ลองจินตภาพว่าจะมีหนังเรื่องใดแผดเสียงเล็ดลอดออกจากหูฟังบนชั้นวางและชั้นลองออกมาเหมือนมวลนกแก้วจากคาคบยูกาลิปตัสและฝูงลิงแฝงต้นไทร หนังเรื่องใดจะมีเสียงบาดแก้วหูที่สุด  หามิได้เป็นแน่สำหรับงานจากวิลเลียม  วายเลอร์(William  Wyler)  ฌอง  เรอนัวร์(Jean  Renoir) หรือรอแบรต์  เบรอะซ็อง(Robert  Bresson) บรรดาเด็กในคาถาบาแซ็ง หรืองานจากสตีเฟน  เฟรียส(Stephen  Frears) เจีย ฉาง เค่อ(Jia  Zhangke) มาร์กาเรเธอ ฟอน ทร็อตตา(Margarethe von Trotta) โหว เชี่ยว เฉียน(Hou Hsiao-hsien) จอร์จ  คิวกอร์(George  Cukor) หรือ อังลี(Ang Lee) เพราะก่อนที่เสียงจากงานของผู้กำกับที่เอ่ยนามข้างต้นจะปรี่มาถึงโสตประสาทของเรา ไม่แคล้วมีอันถูกงานจากผู้กำกับต่อไปนี้ตัดหน้าเสียก่อน ไม่เชื่อลองฟังเสียงกู่หอนทางลวดลายจาก Santa Sangre ของ(อเลฆานโดร)ยาโดโรสกี(Alejandro  Jodorowski)  Tetsuo ของ (ชินยะ)ทสุกาโมโตะ(Shinya Tsukamoto)   Freaks ของ(ท็อด)บราวนิง(Tod Browning)  The Devil Is a Woman ของ(โยเซ็ฟ) ฟอน ชแตรนแบร์ก(Josef von Sternberg)  ทุกภาพจากงานของ(เฟรเดอริโก)เฟลลีนี(Federico Fellini) ภาพติดอ่างจาก(ลาร์ส)ฟอน ทริเยร์(Lars von Trier) และอีกเสียงที่ขยี้โสตประสาทคือ งานของ(แอนเดรส)ซูลอฟสกี(Andrzej Żuławski)

แล้วคุณจะอดเฉลียวใจขึ้นมาไม่ได้ว่าอณูเสียงกล้าตายเหล่านี้ล้วนมาจากพวกที่ดำดิ่งไปขลุกอยู่กับจิตใต้สำนึก หาไม่ได้สักรายที่จะรู้จักเหตุและผล และประพฤติตนตามทำนองคลองธรรม ฉันใดก็ฉันนั้น เดวิด  ลินช์(David  Lynch) กาเตอรีน แบรยา(Catherine Breillat) และทาคาชิ  มิอิเกะ(Takashi  Miike)ไม่ใช่เด็กปั้นชื่อกระฉ่อนในชั่วข้ามคืน แต่พวกเขาปล้ำผีลุกปลุกผีนั่งงานหนังจากปรภพขึ้นมาอาละวาดเบื้องบน

ทุกทศวรรษ ทุกแห่งหนมีคนทำหนังนอกคอกถือกำเนิดและคุณต้องเงี่ยหูฟังพวกเขา กระทั่งก่อตัวเป็นหวอด  ลองนึกย้อนยังขนบการผลิตงานของซีซิล  บี  เดอมิล(Cecil  B.  DeMille)  มาร์แซล  เลอบิเยร์(Marcel  L’Herbier)  เอริก ฟอน สโตรฮาม(Erich  von  Stroheim)  โยวานนี  ปาสโตรเน(Giovanni  Pastrone) ใน Cabiria หรือ บัสเตอร์  คีตัน(Buster  Keaton) ใน The General  ก็จะได้ตระหนักว่าทศวรรษ 1910 ถึง 1920 นั้นเป็นยุคของการหลีกหนีความจำเจ

เพ่งพินิจในความลุ่มหลงโทรโข่งของริตวิก  กาทัก(Ritwik  Ghatak)  ความบากบั่นของกุลชา(Gulzar) (เจ้าของรางวัลออสการ์สาขาเพลงดั้งเดิมยอดเยี่ยมจาก Slumdog Millionaire หลังคร่ำหวอดในวงการประพันธ์และกำกับผลงานเอกอุมากว่าทศวรรษ)และข้อเท็จจริงที่ว่าหนังอินเดียหลายต่อหลายเรื่องพลิกแพลงมาจากเทพปกรณัม กอปรกับการถือคติที่ว่าน้ำจินตกรรมฝันเฟื่องทางดนตรีเชี่ยวก็อย่าเอาเรือสัจนิยมไปขวาง กระทั่งเป็นที่โจษจันและจดจารว่าหนังภาษาฮินดี(หรือที่รู้จักกันในนาม บอลลิวูด – – Bolliwood)นั้นสำออยฟูมฟายไม่มีบันยะบันยัง

จากนั้นขอให้พิจารณาประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ยุคเฟื่องเฟ้อ อันตกราวทศวรรษ 1950 ตอนที่ยูซูฟ  คาฮีน(Youssef  Chahine)  เคนเน็ธ  แองเกอร์(Kenneth  Anger)  เสี่ยว จิน(Xie  Jin) และกาทัก หัวไม่ได้วางหางไม่ได้เว้นอยู่กับการเร่งผลิตงานอยู่ในอียิปต์  สหรัฐ  จีน และอินเดียตามลำดับ จนชวนให้สำคัญไปว่ามีขบวนการปลดปล่อยออกอาละวาดทั่วโลก ยังไม่รวมถึงนักผลิตงานแนวบิดเบือนความจริงในคาถาไอเซ็นฮาวเออร์ ตัวการสำคัญในการตัดต่อพันธุกรรมจากหนังอันมีแบบแผนให้กลายเป็นกระบอกเสียง  ราวหนึ่งทศวรรษให้หลัง กระแสมองโลกด้านลบระลอกใหม่ก็แผ่อานิสงส์ในทางสืบสานเจตนารมย์เถื่อนๆ ให้ยิ่งกำเริบเสิบสาน(โปรดนึกถึง Salo ของปาโชลินี)และเปิดประตูระบายกระแสดีเดือดต่อผลงานจากดูซาน  มาคาเวเยฟ(Duzan  Makavejev)  วาเลอเรียน  โบรอฟชิก(Walerian  Borowczyk)  เคน  รัสเซล(Ken  Russell)  มาริโอ  บาวา(Mario  Bava) และ มาซามูระ  ยาสุโซะ(Masamura  Yasuzo)

จากต้นทศวรรษ 1970 กับความหลอนหม่นวิปลาศและคึกครื้นในสารบบโรงหนังชั้นเลวและโกโรโกโสในนิวยอร์คและสกาลาของลอนดอน  สุดท้ายขอให้หวนรำลึกท่าทีของผู้กำกับอย่างปาโชลินี  ชิบริล  ดิอ็อป  มัมเบตี(Djibril  Diop  Mambety)แห่งเซเนกัล โอกาวะ  ชินสุเขะ(Ogawa  Shinsuke) ผู้กำกับสารคดีชาวญี่ปุ่น นักบุญอุปถัมภ์องค์สุดท้ายของสาวกที่กล่าวมา คือ แวร์เนอร์  แฮร์โซก(Werner  Herzog)ซึ่งล้วนเชื่อว่าโลกกำลังเสื่อมถอยฟอนเฟะถึงขีดสุดและสาปส่งโลกสวยหรูตามน้ำคำของรุสโซ  แต่นอกเหนือจากลีลาวิตถารในการกระชากความสนใจแล้ว คนทำหนังเหล่านี้มีจุดร่วมในประการใดอีกบ้า้ง

ประการแรก พวกเขากรวดน้ำคว่ำขันกับเอกภาพของกาล และอวกาศตามหลักของอริสโตเติล และหันไปเนรมิตท้องเรื่องอัปลักษณ์และตลุยไปทั่วทุกพหุพิภพ  ประการที่สอง พวกเขาไม่ได้จมปลักอยู่ในพื้นเพใดพื้นเพหนึ่ง งานของพอล  เวอร์โฮเวน(Paul  Verhoeven) เอาไบเซ็กชวลก็ได้ เอาใจคนดูก็ดี   บัส  เลอมาน(Baz  Luhrmann)นับถืออารยธรรมดิสโก บอลลิวูด เชคสเปียร์ และแซร์จิโอ  ลีโอเนต่างบุพการี  ประการที่สาม จินตภาพของพวกเขาอุบัติจากดวงวิญญาณที่เหตุการณ์ความรุนแรง หรือไม่ก็ชวนเสียจริตฝากรอยฝังลึกแห่งประสบการณ์ไว้ให้  แบบแแผนไม่ใช่สาระสำคัญในงานของเขาเหล่านี้ อย่าไปเทียบกับงานมาตราสูงส่งฝีมือบรมผู้กำกับอย่างคิวกอร์  ฟอร์ด  ฮอว์คส์ โรช และทาปัน  สินหาผู้กำกับมือทองแห่งอินเดีย  หามิได้ มันคือ สัตว์ประหลาด คลุ้มคลั่ง เหมือนภูเขาไฟเซ็นต์ เฮเลนสยามปะทุ ดังคำให้สัมภาษณ์ของเดวิด  ลินช์

ความเกลียดชังลัทธิบริโภคนิยมตามสันดานมาร์กซิสต์  การถูกกดขี่จากเจ้าอาณานิคม ความหื่นกระหายทางเพศ เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ช่วยจุดระเบิดการสันดาปพลังวิปลาสของผู้กำกับเหล่านี้ บางกรณีก็เป็นความขยาดกลัวภาวะร่วมสมัยและเรือนกาย(ขอคารวะทสุกาโมโตะ  ชินยะ) หรือแม้แต่การมีส่วนร่วมในหน้าประวัติศาสตร์ พลังขุมดังกล่าวก็เป็นโทษมหันต์กับการปวารณาตนต่อแบบแผน สารรูปของหนังเหล่านี้จึงพยศสิ้นดี เหมือนเพ้อเพราะฤทธิ์ไข้ และไม่มีแก่จิตแก่ใจจะมอบสาระอันที่อยู่ในทำนองคลองธรรม

พลังงานเหล่านี้คงไม่ได้มีอยู่แต่ในคราบภาพยนตร์  และสักแต่หลอกล่อ สร้างความตื่นเต้นแก่คนดู หาไม่บรรดาผู้กำกับคงไม่พร้อมใจกันปล่อยภาควิปริตของตนออกมาอาละวาดตามอำเภอใจหรือตั้งมั่นกับการโต้ตอบสังคม นักแหกกรงมายาคติของเราคือเสือติดจั่นในท่วงความถี่เดียวกับอาร์  ดี  แลง(R.  D.  Laing)  ฌ็อง-ฌาคส์  รุสโซ(Jean-Jacques  Rousseau)   เอ็ดเวิร์ด  มุงค์(Edvard  Munch)  วิลเฮล์ม  ไรฆ์(Wilhelm  Reich)  วินเซ็นต์  แวน  โกะ(Vincent  van  Gogh) และ(ยูกิโอะ)มิชิมา(Yukio Mishima) เป็นอาทิ  หากอะคิลัสมีแก่ใจรับชมรับชมผลงานเบรอะซ็องและปารัดยานอฟสักเป็นหนสองเสียหน่อย เขาย่อมได้หามจั่วกับจริตของอพอลโล ก่อนจะไปหามเสากับสัญญาจากไดโอนิซุส

จินตนาการที่ว่ากิจกรรมสร้างสรรค์นับเป็นความรุนแรงประเภทหนึ่งผุดพรายตลอดรายทางวิวัฒนาการทางการคิดของมนุษย์ และที่เป็นล่ำเป็นสันกว่าใครเพื่อนก็คือในระบบคิดฮินดู  เจ้าแม่กาลี(Kali)ในฐานะผู้ให้กำเนิดและทำลายล้างเป็นนักบุญอุปถัมภ์ของเหล่าจอมพยศ(เคนเน็ธ  แองเกอร์เทิดทูนจนอดอัญเชิญมาล้อเลียนไม่ได้)

การพาดพิงถึงเจ้าแม่กาลีและภาควิปริต(มิสเตอร์ไฮด์)นำมาซึ่งข้อสงสัยที่ว่า เหตุใดผู้ที่หันมาเอาดีกับการหามเสาถึงได้เป็นผู้ชายเสียมาก อย่างกับงานสังสรรค์ทิ้งทวนความโสดไม่มีผิด 50 รายชื่อในบัญชีดำมีผู้ชายเป็นกำลังสำคัญ แม้ว่าวีรา  ชิติโลวา(Vera  Chytilova)จะปักธงชัยได้อย่างสมศักดิ์ศรี เช่นเดียวกับ แบรยา  แคลร์  เดอนีส์(Claire  Denis) แซลลี  พ็อตเตอร์ (Sally  Potter) และเจ้าแม่ทั้งหลายอย่างแม  เวสต์(Mae  West)  ลิเลียนา  กาวานี(Liliana  Cavani)  เลนี  ไรเฟนชตาลห์(Leni  Reifenstahl)  เจน  แคมเปียนให้อรรถาธิบายไว้ไม่นานมานี้ว่า จิตไร้สำนึกเป็นดั่งเดรัจฉานขี้อาย  จึงต้องสำรวมอยู่ในจริตจก้าน ซึ่งผิดกันหลายตำบลกับเจตจำนงของนักแหกกรง ก็พอฟังขึ้น ไหนๆ ก็ไหนๆ ใยไม่ยืดอกสามศอกสารภาพถึงอิทธิพลของนักวิจารณ์เพศชายต่อสีหนาทบันลือในมหานครภาพเคลื่อน

มีีอีกประเด็นให้พึงสังวรณ์  บรรดาขบถเหล่านี้มีใครชักจะกินบุญเก่านานเกินไปบ้าง  แหงอยู่แล้ว  แหนงหน่ายอาเบล  เฟอร์เรรา กับโบรอฟชิกขึ้นมาวันใดก็คงต้องกลับไปพึ่งใบบุญเบรอะซ็อง แต่ถึงยังไงอาการขาดหนังไม่ได้ ขาดการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์แล้วจะเป็นจะตายอันหนักข้อรุนแรงเกินหน้าเกินตาผู้กำกับทั่วๆ ก็เป็นเสน่ห์ที่ยากจะตัดบัวไม่เหลือใยกับลูกหลานไดโอนิซุสเหล่านี้ พวกเขาคงลงแดงหากไม่ได้เสพสัมผัสหนัง พวกเขาไม่ได้หาประโยชน์จากหนัง หนังต่างหากที่ใช้พวกเขาเป็นร่างทรง  ทั้งก็รู้ถึงชะตากรรมน่าอเน็จอนาถดังกล่าว ด้วยเหตุดังนั้นต้องยกย่องคนพวกนี้ในฐานะหนูลองยา พวกเขาสลักเสลางานภาพยนตร์ พวกเขาอยู่หน้าเตาเฝ้าหลอมหล่อ  พวกเขาพลีหัวใจจากเบ้าดุจเดียวกับพระเยซูใน The Last Temptation of Christ

เก็บความจาก

Cousins, Mark. July 2012. The Wild Bunch. http://old.bfi.org.uk/sightandsound/feature/49563

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: