enyxynematryx

คู่กรรมขนบ: โอท็อปบุพเพสันนิวาสยุคอาณานิคม

leave a comment »

ระลึกชาติภพ ลบเลือนชาติรัฐ

ยากจะหาคำมาบรรยายเอกลักษณ์ไร้กระบวนท่าของ Tabu จับเล็กผสมนัอยโหนกระแสโศกนาฏกรรมร่วมสมัยรึเปล่า เรื่องรักน้ำเน่าฟูมฟายน้ำคำโบราณของฮอลลิวูดแต่เปลี่ยนทำเลมาเป็นฟูกหมอน ปาหี่ของแปลกอย่างนางเงือกจากฟิจิบนแผ่นเซลลูลอยด์ ระหว่างที่ยังงงงวยอยู่นั้น จะดีกว่าหรือไม่หากจะบรรยายสรรพคุณง่ายๆ ว่า น่าทึ่ง ไปพลาง

tabu-1

แม้ว่าจะเป็นงานร่วมสมัยที่เล่นกับความรูัสึก แต่ผู้กำกับกลับโยง Tabu กับภาพยนตร์รุ่นโบราณโดยถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพขาวดำ ด้วยอัตราส่วนกว้างคูณยาวของจอตามหลักวิชาก่อนมาถึงยุคจอกว้าง(wide screen) ยุคก่อนหนังจอแก้ว ผู้กำกับโกเมซ(มิเกล โกเมซ – Miguel Gomez)ฝังใจกับชื่อหนังอันมีทะเลใต้เป็นฉากหลัง ผลผลิตจากส่วนผสมแปลกประหลาดระหว่างผู้กำกับโรเบิร์ต เจ ฟลาเฮอร์ตี(Robert J. Flaherty) (Nanook of the North)เจ้าพ่อแห่งสารคดีชาติพันธุ์นิยมผู้นิยมการห่มกายด้วยผ้าดิบออกผจญชีวิตกลางแจ้ง กับเอฟ ดับเบิลยู มัวร์เนา(F.W. Murnau)(Sunrise) งานเกย์เปี่ยมสุนทรียะและศิลปินใหญ่ที่ผงาดจากขนบศิลปะชั้นเลิศจากยุคหนังเงียบสกุลเยอรมันเอ็กเพรสชั่นนิสม์ (German Expressionism) เช่นเดียวกับหนังอันเป็นที่มาของเรื่อง Tabu ของโกเมซแบ่งเป็นสองภาค คือ Paradise และ Paradise Lost ผิดกันแต่เพียงมีการสลับลำดับ นอกจากนี้ยังราวกับอุทิศแต่ละภาคของหนังเป็นแหล่งสิงสถิตย์จิตวิญญาณของมัวร์เนาและฟลาเฮอร์ตี แม้จะเหมือนเป็นการล้างครูกับสองปรมาจารย์ แต่ล้วนเป็นไปด้วยจิตคารวะเพื่อเจาะย้ำความดิบบริสุทธิ์ในตัวมนุษย์ อันเป็นหัวใจของ Tabu

โกเมซถ่ายทอดวาระทางชาติพันธุ์ของชนชาวแอฟริกาตามขนบที่นอนก้นอยู่ในความทรงจำสามัญในหมู่คนยุโรป หาใช่ตามที่เป็นอยู่จริง หนังเริ่มต้นที่พงไม้ เพื่ออารัมภบทถึงนักสำรวจชาวโปรตุเกสในชุดพร้อมผจญภัย กับการบุกตะลุยป่าดงและท้องทุ่งสวันนา เสียงบรรยายออกตัวว่าเรื่องราวไม่ได้เป็นไปในเชิงเล่าขานวีรกรรมหรือการศึกษาและห่างไกลจากการโบยตีห้วงความรู้สึกเหมือนภาพชีวิตโทนึ ลาสต์ใน A Handful of Dust ของ เอฟลิน วอ(Evelin Waugh)

นักสำรวจของโกเมซจบชีวิตลงและกลับชาติมาเกิดเป็นจระเข้ซึมเศร้าผิดปกติ จากนั้นหนังก็ผลัดระนาบไปรู้จักกับหญิงวัยห้าสิบเศษชื่อพิลาร์(Pilar)(รับบทโดยเทเรซา มาดรูกา(Teresa Madruga)เธอผู้นี้จะดูหนังเคียงข้างคนดู คุดคู้อยูในโรงหนังตามลำพังอยู่อย่างนั้นไปตราบจนหนังและเสียงบรรยายจะหาไม่ อันถือเป็นการเสร็จสิ้นภารกิจของ Tabu

Tabu คลี่คลายตัวเองในทำนองงานตลกหน้าตาย หนังคลุกคลีอยู่กับการใช้ชีวิตช่วงฤดูหนาวของลิสบอน ณ ค.ศ.นี้ของพิลาร์ ติดสอยเฝ้าดูชีวิตไม่เป็นสับปะรดของเธออย่างออกรส เข้าใจหัวอก แต่ทุลักทุเลเอาการเหมือนงานของอากิ คอริสมากิ(Aki Kaurismaki) พิลาร์ถลำตัวเข้าไปร่วมหัวจมท้ายกับชีวิตน้ำเน่าแทรกปมจิตวิทยาของออโรรา(รับบทโดยลอรา โซวิราล – – Laura Soveral) เพื่อนบ้านวัยดึกที่ติดการพนัน และเฝ้าบนบานศาลกล่าวขอให้ลูกสาวที่ตนไม่เคยพบหน้าค่าตาปรากฏตัวมากพอๆ กับหาความสาวใช้ผิวดำที่ชื่อซานตา(รับบทโดย อิซาเบล มูยอซ คาร์โดโซ – – Isabel Munoz Cardoso)ไปเรื่อย สัมพัทธภาพสามเส้า ของสตรีสามคนที่แตกต่างกันทั้งทางชนชั้นและอายุ ชวนให้ตาลายลมขึ้นแบบอัลโมโดวาร์ พิลาร์เดือดเนื้อร้อนใจกับปัญหาในชีวิตออโรราโดยแยกไม่ออกว่านั่นเป็นภาพสะท้อนการอุทิศตนตามวิชาชีพเรียกร้องสิทธิมนุษยชนในดินแดนโพ้นทะเล เธอไม่สนใจสายโทรเข้าเพื่อชวนเธอไปเที่ยวด้วยกันจากชายคนที่หมายปองเธอแบบตบมือข้างเดียว “บางครั้งผมก็เสียดายโอกาสที่จะได้ไปทำเหมืองที่แอฟริกาเพราะมัวขายขนมจีบคุณ”

tabu-2ออโรราต้องเข้าโรงพยาบาลกระทันหัน เธอขอร้องให้พิลาร์มาเฝ้าไข้และเล่าตำนานให้เธอฟัง เรื่องลึกลับดังกล่าวใช้ชื่อจิอันลูกาตามชายผู้เป็นตัวเดินเรื่อง ชายแก่ผู้เดินทางมาถึงจุดหมายช้าเกินการณ์ และต้องมาถ่ายทอดความเป็นไปแต่หนหลังในสภาพที่เป็นดวงวิญญาณไปแล้ว แล้วหนังก็ลอกคราบสู่ระนาบใหม่ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ดินแดนในแอฟริกา พื้นที่หลักของหนังส่วนที่ไร้บทสนทนาภายใต้ชื่อ Paradise ใช้ไปเพื่อขับขานภาพชีวิตของจิอันลูกาผ่านห้วงความทรงจำของเขา ภาพย้อนอดีตขาวดำ(ถ่ายทำด้วยฟิล์ม 16 มม.) กินเวลากว่าครึ่งของหนัง และไม่กลับไปลิสบอนเพื่อดูดำดูดีพิลาร์และภาพจากฟิล์ม 35 มม.อีกเลย

ย้อนไปราวทศวรรษ 1960 ณ ดินแดนใต้อาณานิคมไม่ปรากฏชื่อแห่งหนึ่ง ออโรราในครั้งกระโน้นคือสาวงามแรกรุ่น(รับบทโดยอันนา มอเรรา(Ana Moreira))สามีของเธอเป็นเจ้าของกิจการไร่ชาผู้มั่งคั่งจากใบบุญลี้ลับของภูเขาต้องห้าม(Mountain Tabu)ดินแดนที่มีเรื่องเล่าถึงมากมายในตำนานพื้นบ้าน วันดีคืนดีจระเข้เลี้ยงของออโรราก็หนีออกจากบ่อ เธอแกะรอยตามไปจนถึงบ้านของจิอันลูกา(ช่วงหนุ่มฉกรรจ์รับบทโดยการ์ลอตโต ก็อตตา(Carloto Cotta)) เป็นบุพเพสันนิวาสทึ่นำไปสู่การล่วงประเวณีของคนทั้งสอง

ไม่มีการแจกแจงรายละเอียดมากมาย สัมพันธภาพนอกรีตของคนทั้งสองค่อยๆ ก่อตัวผ่านฉากในสวนสวรรค์อันไม่จีรังเต็มไปด้วยลางร้ายต่ออิสรภาพของแอฟริกาผสมโรงกับการปลดเปลื้องความปรารถนาของคนขาวยุโรปในดินแดนอาณานิคมทำนองเดียวกับในงานของไอแซก ไดนิเส็น(Isak Dinesen) และเออร์เนส เฮมิงเวย์(Ernest Hemingway)  โกเมซถ่ายทอดเรื่องราวอย่างช่ำชอง ลูกล่อลูกชนแพรวพราว อุบายตีหน้าเซ่อเผลอเป็นขุดคุ้ยด้วยภาพดังกล่าวเป็นใบเบิกทางแทรกซึมเข้าสู่ความไม่ชอบมาพากลของอาณานิคม ในไร่มีบ่อที่พวกขาเมายึดเป็นที่ซ่องสุมโดยรอบ ผู้ดูแลหนองเน่าๆ นั้นเป็นพ่อกับลูกชายที่ต่างก็ครองตนเป็นโสดท่าทางขี้ระแวงคู่หนึ่ง คนพวกนั้นตีปิงปองท้าสายฝนยามบ่ายกับเด็กรับใช้ คล้ายสโมสรชุดปฎิบัติการส่วนหน้าเพื่อควบคุมชนพื้นเมืองมิใหักระด้างกระเดื่อง หาเหตุร่ำสุราเรื่อยเปื่อย ทางสะดวกสำหรับจิอันลูกาและออโรราที่จะลักลอบพบปะกัน

รูปแบบของ Tabu อยู่กึ่งกลางระหว่างหนังตระกูลโหยหาอดีตอันหอมหวานสำหรับสมาชิกในครอบครัวดูกันพร้อมหน้า กับงานตลาดจ๋าจากสายพานฮอลลิวูด กล่าวคือหนังครอบครัวนั้นมีส่วนผสมหลักๆ คือ มีธงชัดเจน พลิกแพลงตลบหน้าตลบหลังตามแต่จะเลือกหยิบเล็กผสมนัอยจากคลังจินตภาพว่าด้วยทวีปแอฟริกาไล่ตั้งแต่ Tarzan จนถึง Ape Man มหากาพย์ของการภราดรภาพและเสมอภาพ โรคtabu-4ระบาดจากเกาะลี้ลับในงานยุคทศวรรษ 1930 โกเมซพรางแก่นแท้ของเรื่องราวไว้ใต้เปลือกหน้าเหล่านี้ จนกระทั่งราวเป็นมหกรรมการพลิกฟื้นความรู้สึกต่อแอฟริกายุคก่อนถูกฮอลลิวูดจับแต่งตัว

โกเมซสวมวิญญาณเด็กสร้างบ้านริอ่านยำเทียมมุมมองต่อการล่าอาณานิคมในสองลักษณะ การล่าอาณานิคมในแอฟริกาของชาติยุโรป และการกดขี่ขูดรีดจินตภาพต่อบทเรียนประวัติศาสตร์/ภาพยนตร์แบบทารันติโนใน Django Unchained โดยจักรวรรดิฮอลลิวูด เข้าด้วยกัน แทนที่จะเป็นความเสื่อมถอยทางศิลธรรมและการเมืองเหมือนในงานที่มีดินแดนใต้อาณานิคมเป็นท้องเรื่องจากผู้กำกับยุโรปอย่างฟิลิปเป ฟายาร์เดอ(Congorama) และแคลร์ เดอนีส์(White Material)ลัทธิล่าอาณานิคมในสายตาโกเมซเป็นสุนทรียวโรกาส เห็นได้จากอาการหวนไห้ เอาอะไรมาแลกก็ยอม ภาพชีวิตที่สาปสูญในห้วงคำนึงนั้นยิ่งชวนดื่มด่ำ เมื่อเทียบกับวิถีชีวิตปัจจุบันอันจืดกร่อย ซมซาน ของประชากรในประเทศยูโรโซน

ขุมข่ายความคิดว่าด้วยรักผิดกาลเทศะคลี่ขึงหนังอย่างแน่นหนา นักผจญภัยใต้หมวกนักบินตัดอกตัดใจจากช่วงชีวิตอันระทมทุกข์ ออโรราเฝ้าถวิลหาลูกสาวที่หายตัวไป ซานตายังคงภักดีไม่เสื่อมคลายต่อให้เจอพิษน้ำลายนักต่อนัก น้ำใจและความเอื้ออาทรชนิดถึงไหนถึงกันของพิลาร์แบบเดียวกับที่ดิกเกนส์มีใน Bleak House พิลาร์ที่ฝังใจกับความอาภัพแต่หนหลังจนเป็นเส้นผมบังภูเขาแห่งความลำเค็ญของคนบ้านใกล้เรือนเคียง และการเลิกร้างยามรักโรยราระหว่างออโรรากับสามี

แม้เป็นงานแสนอาดูรกับหนหลังอันยอกย้อนแสบทรวง Tabu ฉบับผู้กำกับโกเมซกลับลิงโลดเหมือนไม่สะทกสะท้านด้วยงานดนตรีประกอบระริกระรี้ฝีมือ Les Surf วงดนตรีจากมาดากัสการ์ทึ่เลือก Be My Baby เพลงจากยุค 60 มาบรรเลงใหม่ในลีลาเฉพาะตัว ใช้ประกอบทั้งภาคปัจจุบันและภาคดึกดำบรรพ์ ส่วน Baby, I Love You จากราโมนส์ภายใต้การดูแลของฟิล สเป็คเตอร์ ก็มีการสวมรอยบรรเลงในเรื่องโดยวงดนตรีที่จิอันลูกาเป็นมือกลอง ซิงเกิลประกอบหนังทั้งสองชิ้นทายทักถึงสถานะการเป็นวัฒนธรรมวัตถุที่หายากแต่เรียบง่ายในภายภาคหน้าของผลงานสุดดิบเจนจัดของโกเมซกับการตีแผ่ความจริงแสนเจ็บปวดที่ซุกซ่อนอยู่ในวลี เหตุครั้งบรรพกาล อย่ามาพาลเอากับรัฐร่วมสมัย

แปลจาก
Pinkerton, Nick. December 26 2012. Tabu’s Brilliant Look at Colonial Fantasy. http://www.villagevoice.com/2012-12-26/film/tabu-s-brilliant-look-at-colonial-fantasy

เก็บความจาก
Scott, A. O. December 25 2012. Remembranceof Passions (and Follies) Lost. http://movies.nytimes.com/2012/12/26/movies/miguel-gomess-tabu.html

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: