enyxynematryx

ลาฟลมคมนัย

leave a comment »

20 ปีที่แล้ว ใต้แอกเผด็จการ เรารู้ดีว่าข้อมือใครสมควรลิ้มรสความคมจากปลายมีดของเรา ทุกวันนี้ท่ามกลางสังคมด่วนตราหน้าและป้ายสี ก็เหลือแต่เนื้อหนังของเราให้หาความ กล้องของดิอาซไม่หวั่นไหว ไม่สะทกสะท้านกับการขุดคุ้ยความจริงใต้เปลือก และชี้ทางพ้นทุกข์
– – อเล็กซิส ทีโอซิโก(Alexis Tioseco) 2006 – –

กลางเดือนเมษายน ลาฟ  ดิอาซ(Lav  Diaz)เดินทางมาโตรอนโตเพื่อเข้าชมเทศกาลภาพนิ่งตัดจากผลงานหนังเรื่องล่าสุดของเขา Florentina Hubaldo, CTE  การสำรวจก้นบึ้งความรู้สึกด้วยภาพชัดลึก ระบายจินตภาพห้วงเหตุการณ์ไปยาวนานชั่วกัปกัลป์ของโลกที่สะบักสะบอมและแหลกลาญด้วยบาดแผล วิบากกรรม และทุกข์เข็ญ ด้วยแสงเงาสุดละเมียด เรื่องราวของหญิงสาวผู้สูญเสียแม่ไปตั้งแต่ยังจำความไม่ได้(สาเหตุยังเป็นปริศนา) ถูกพ่อขี้เมาหัวราน้ำลากขึ้นเตียงกระทำชำเรา และถูกพวกผู้ชายรุมโทรมต่อหน้าต่อตาปู่ผู้ง่อยเปลี้ย คงไม่มีอะไรรันทดร้าวรานไปกว่านี้ได้อีก

โศกนาฏกรรมอันน่าอเน็จอนาถตามตำรับ(เบลา)ทาร์ ซมซานไปอย่างหมดทางจะสะสาง หลากหน้าไพ่ และ ย้อนยอกในทุกหัวเลี้ยวหัวต่อโดยมีเรื่องราวอื่นๆ พาดผ่านเข้ามาเป็นระยะ ขับคลอด้วยสรรพสำเนียงธรรมชาติอันตราตรึง  หนังยึดบิกอล(Bicol) พื้นที่เสี่ยงภัยจากภูเขาไฟ เป็นฉากหลัง  ในการปะทุครั้งล่าสุดเมื่อปีค.ศ.2008  ลาวาจากภูเขาไฟละแวกนี้กลืนชีวิตชาวบ้านไปร่วม 3,000 ชีวิต ชุมชนแทบไม่เหลือซาก  แต่ผู้คนก็ยังหวนกลับมาใช้ชีวิตโดยไม่เข็ดหลาบกับอันตรายราวกับมีแม่เหล็กศักดิ์สิทธิ์เหนี่ยวนำพวกเขา แต่ก็เป็นอย่างที่หนังตีแผ่ให้ให้กะจะตาและกระหน่ำทิ่มแทงจิตใจ สำหรับฟลอเรนตินา  อูบัลโด บ้านมิใช่วิมานหากแต่เป็นนรกบนดิน

เธอก็ดุจดังฟิลิปปินส์ รัฐชาติที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาทั้งสงคราม  การตกเป็นอาณานิคม  ความแตกแยก  ความยากจนข้นแค้น และภัยธรรมชาติอันไร้ปราณี(ชุมชนคนทำหนังอิสระในมะนิลายังคงไม่หายอาดูรกับความสูญเสียครั้งใหญ่ในปี ค.ศ.2002 เพราะการจากไปของอเล็กซิส  ทิโอซิโก ผู้กำกับ-นักวิจารณ์หนัง ผู้อำนวยการสร้างที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดกัลยาณมิตรของทุกคนในวงการ  ดิอาซเองถึงกับอุทิศหนังเรื่อง A Century of Birthing งานในค.ศ.2011 แก่เขา)  แผ่นดินไหว และสึนามิถือเป็นเหตุปกติแล้วสำหรับฟิลิปปินส์ ฝนที่ตกไม่ลืมหูลืมตา ฝนห่าสุดท้ายของฤดูเคยจากไปตอนมิถุนายนแต่ตอนนี้ต้องรอถึงธันวาคม ถือเป็นผลกระทบที่สำคัญยิ่งจากภาวะโลกร้อน

ไหนจะน้ำหลากจากฝนตกชุก  พระแม่ธรณีพิโรธสูบบ้านเรือนสร้างความพินาศแก่โครงสร้างพื้นฐานของชุมชน  กวาดล้างชีวิตและทรัพย์สิน  เป็นวัฏจักรสามัญของการขุดรากถอนโคนและพลิกฟื้น พลังหลากโถมเหล่านี้กลายเป็นบุคลิกที่เวียนว่ายอยู่ในภาพยนตร์ฟิลิปปินส์สมัยหลังนับจากน้ำหลากโสโครกใน Slingshot งานจากค.ศ.2007 ของบริญญอนเต  เม็นโดซา(Brillante  Mendoza) หรือภาพลางร้ายในงานฉาวโฉ่และมีแต่เรื่องเคราะห์ซ้ำกรรมซัดใน Kinatay งานของผู้กำกับรายเดียวกันจากปี.ค.ศ.2009 จนถึงสายฝนงามละเมียดในงานย้อนยุคสุดวิจิตรบรรจง Independencia ของเรยา  มาร์ติน(Raya  Martin)

สายฝน ความเรียบง่าย และความอุดมสมบูรณ์และคุณธรรมน้ำมิตรของอเล็กซิส และความมุ่งมาดปรารถนาจะทะนุบำรุงการภาพยนตร์ฟิลิปปินส์บูรณาการเข้ากับสำเหนียกต่อประวัติศาสตร์และวาทกรรมข้นคลั่ก จับพลัดจับผลูเป็นหัวข้อการสนทนาในวันฟ้าแจ้งจางปางชวนละเลียดบรรยากาศกับดิอาซผู้ไม่อินังขังขอบกับวิกฤติวัฒนธรรมโลก

เช่นเดียวกับชื่อเรื่องที่ผูกกับอาการสมองฝ่อลุกลามอันเป็นผลจากศีรษะถูกกระทบกระเทือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดิอาซขยาดกับการโหนกระแสวัฒนธรรมหลักในฟิลิปปินส์ ใช่ว่าจะกำเริบเฉพาะที่ฟิลิปปินส์ วิกฤติวัฒนธรรม(ผิดกันโดยสิ้นเชิง การเรืองอำนาจของบรรษัท การชี้นำตลาด ไปจนถึงการเปิดคณะวิชาต่างๆ ที่เติบโตแบบทำยาได้ยาก และมหกรรมมือถือสากปากถือศิล รวมไปถึงการวางก้ามของลัทธิวิจารณ์ ศัพท์สูงซึ่งมาพร้อมกับบันไดให้ปีน การกินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องของพวกจมไม่ลงกับสื่อมวลชนปากพล่อย ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์แพงหูฉี่  ผลงานหนังทุนสร้างสูงกำไรงามที่มีให้เห็นเกร่อ) ถาโถมใส่ศิลปินผู้ไม่ยอมประนีประนอมกับข้อแม้ที่พ่วงมากับทุนที่มีอยู่น้อยยิ่งกว่าน้อยอย่างเขา สาวกที่คอยตามอุดหนุนก็มีแค่หยิบมือ

อธิษฐานขอพลังใด(ด้วยความศรัทธายิ่ง) ผ่านรจนาไร้เกียรติคุณในนาม สุนทรียะของความหิวโหย(aesthetic of hunger)ของกลอเบอร์ รอคคา(Glauber  Rocha) ดิอาซหวนกลับไปยึดแนวคิดทางศิลปะอันชวนผวาทั้งของท้องถิ่นและสากลเป็นที่พึ่ง การยึดมั่นถือมั่นดังกล่าวไม่แคล้วโดนเยาะหยัน(นานมาแล้วซูซาน ซอนทากหวนไห้อาลัยกับสิ่งนี้ นับแต่นั้นมีแต่การดูแคลนและจองล้างจองผลาญ) ไม่มีสิ่งใดน่าประหลาดใจหรืออกสั่นขวัญแขวนท่ามกลางบรรยากาศทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจในปัจจุบัน กระนั้นก็ยังมีหน่ออ่อนของความดื้อด้านซึ่งดิอาซขนานนามว่าปรากฏการณ์ปลุกพลังเจ้าถิ่น(the Jollibee phenomenon)  แม็กโดนัลด์แห่งฟิลิปปินส์ มีทุกซอยอร่อยทุกที่ ในนามเครือข่ายร้านยอลลีบีซึ่งเป็นผู้ชี้นำค่านิยมในหมู่วัยรุ่นและส่วนแบ่งการตลาด ชัยชนะและความภาคภูมิใจของชาวฟิลิปปินส์  เว็บไซต์ของเครือข่ายโปรยข้อความประกาศศักดาไว้โก้หร่าน  ไม่มีใครในประเทศนี้ไม่รู้จักตัวนำโชคตาโตของร้าน วัยรุ่นยุคปัจจุบันเติบโตมาด้วยเบอร์เกอร์รสชาติถูกลิ้นของร้านนี้และกระดี้กระด้าวางท่าถ่ายรูปกับป้ายไฟบาดตาของร้าน และช่องว่างก็ถ่างออกเรื่อยๆ

ว่าด้วยมรสุมที่ดาหน้าเข้าถล่มวงการหนังฟิลิปปินส์:

ลาฟ  ดิอาซ:  เรามันแมวเก้าชีวิต คืบก็พายุศอกก็พายุ  พายุเป็นเทพเจ้าพระเจ้าประจำถิ่นของฟิลิปปินส์ก็ว่าได้  เรามีเทพมากมายสิงสถิตย์อยู่ตามชายหาดอันนับไม่ถ้วนก่อนจะมีพระคริสต์และพระอัลเลาะห์ ทุกปีจะมีพายุพัดเข้าถล่มฟิลิปปินส์โดยเฉลี่ย 28 ลูก แต่เราไม่เคยสิ้นหวัง ศิโรราบกับพายุ  เอาเข้าจริงเรากลับผูกพันกับพายุ พายุมีอิทธิพลอย่างมากต่อความเป็นอยู่ของเราและต่อให้มีพายุมากกว่าค่าเฉลี่ยอีกเป็นเท่าตัวชาวฟิลิปปินส์ก็ไม่ระย่อ นี่ไม่ใช่อาการเสพติดความเจ็บปวดแต่เป็นการปล่อยวางเมื่อไม่อาจเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ไม่ฝืนธรรมชาติ และสภาพชีวิตก่อนมีอารยธรรมอิสลามและคาธอลิกก็คือการบูชาธรรมชาติ จึงเป็นเรื่องธรรมดา พายุเคี่ยวกรำคนฟิลิปปินส์ให้มีธาตุทรหดสมบุกสมบัน จนกลายมาเป็นอัตลักษณ์ของฟิลิปปินส์ เพราะเป็นอุปลักษณ์แทนการตั้งต้นใหม่  สร้างใหม่  รื้อสร้าง  ย้ายถิ่น  เกิดใหม่  จดจำ  เปลี่ยนชื่อแซ่  เปลี่ยนโฉม  แปลงสาร  ซ้ำรอย ละล้าละลัง  หลงยุค  จุติซ้ำ  เลินเล่อ   ยียวน  ฟอนเฟะ  พยศ  เหลาะแหละ  โลเล  ฉกชิง  วิ่งพล่าน  กัดไม่ปล่อย  แม่นจังหวะ  พรม เหล้า หนู  งุ่นง่าน จมปลัก  ชะล่าใจ สะเพร่า ถอยหลังเข้าคลอง  ย้อนยุค  ป่าน และร็อคแอนด์โรล   ท่ามกลางประวัติศาสตร์แห่งโลกียะฟิลิปปินส์กลับมีพายุในนามเทพเจ้าและพระเจ้าเหนือพระเจ้าคอยปกปัก แย้งย้อนจนอ่อนใจจะเลือกข้าง  ฟิลิปปินส์จึงมีวาทกรรมทางวัฒนธรรมที่เป็นเหตุเป็นผลและไร้เหตุผลพันตูกันวุ่น  ปรัชญาอันได้มาจากครรลองของธรรมชาติเป็นแรงบันดาลใจแก่วิถีดำรงตน  ดินถล่มกลบหน้า  จมบาดาล  ร่างขาดเป็นท่อนจากแผนสังกะสีป้ายโฆษณายักษ์ที่ปลิวว่อน  และความพลิกผันในช่วง 24 ปี ใต้อำนาจทมิฬของมาร์กอส  บ๊ะ พูดถึงพายุ พายุก็มาโน่นแล้ว

ว่าด้วยการส่งโพยสิบหนังยอดเยี่ยมตลอดกาลไปให้ Sight and Sound:

ดิอาซ: เป็นการกระทำที่ไร้สติสิ้นดีในวงการหนัง  สิบสุดยอดหนัง หรือทำเนียบ 100 หนังยอดเยี่ยมตลอดกาล หรือ หนัง 1,000 ที่ต้องดู  ยังต้องมีมหกรรมพรรค์นี้กันอยู่อีกรึ เป็นเรื่องอจินไตย บอกตามตรง เป็นแค่การอวดอุตริมนุษยธรรมของคนทำโพยและของตัวหนังที่ได้รับการปอปั้นด้วย เอากันให้ตายไปข้าง ฆ่าแกงกันไม่ยั้ง กับการตีกรอบความคิด  แต่ผู้คนก็ยังเห็นดีเห็นงามกับพฤติกรรมดังกล่าว

ผมนับถือคนเหล่านั้นนะ แม้ว่าบางครั้งจะสมเพชกับวาทกรรมการเลือกสรรของพวกเขา  ผมแก้ตัวแทนพวกเขาด้วยซ้ำไป  งานขั้นเทพ ชอบหรือไม่ชอบ เป็นเรื่องคนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ ลงท้ายก็เป็นประเด็นให้มองหน้ากันไม่ติด  วงการหนังแตกเป็นก๊ก เหล่า สำนักสารพัด เพราะการอวดโอ่ โกดารด์โกยอ้าวหลังจากสำเหนียกว่าตกเป็นเป้าสายตาของตนเองในบานกระจกแห่งการสอพลอ ครั้นเขากลายเป็นพระเจ้าผู้ประสิทธิ์ประสาทศิลปะแขนงเจ็ด ก็จำต้องเสวยความเป็นอมตะ และผองเราก็เฝ้าวิตกจริตไม่อยากวันที่เขาลาลับมาถึง เพราะเราไปยัดเยียดเขาให้สิงสถิตยในทำเนียบสิบ ร้อย พันโคตรหนังเสียแล้ว   จอมโอหังและคลั่งไคล้ภาพยนตร์อย่างคิม จอง อิล แห่งเกาหลีเหนือสถาปนาตัวเองเป็นเทพเอาดื้อๆ  เจ้าของเครื่องแบบรองเท้าส้นตึก กับผมทรงอุบาทว์ในสามโลก ผู้ศรัทธายูเรเนียมจนขึ้นสมองแสดงนำในหนังเกี่ยวกับตัวเองทุกเรื่อง โบกมือ โปรยยิ้ม เยี่ยมเยียนฐานทัพและโรงงาน  หอมแก้มทารก  โอบกอดคนตาบอด  และก็อย่างที่รู้ๆ กัน ความน่าอดสู น่าอเน็จอนาถแพร่ระบาดไปทุกหย่อมหญ้าในเกาหลีเหนือ  เทพจัดตั้งย่อมไร้น้ำยาต่อหน้าปัญญาญาณและการสังคายนา  เปิดใจอยู่เสมอและระลึกถึงคิมไว้ให้ขึ้นใจด้วยจิตที่เปิดกว้าง เราจึงสำเหนียกว่าการบูชาเทพเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมทางวาทกรรมภาพยนตร์ กล่าวโดยย่อก็คือ มีเบาะแสให้ชวนขบคิดและคงไม่ใช่เรื่องของการบูชาคนบุญหนักศักดิ์ใหญ่

วาทกรรมสำรับใหญ่มักเล่นกับปุจฉาสร้างความไขว้เขวอย่างเช่น ถ้าเรารู้เช่นเห็นชาติโสกราติสแล้วก็ว่าไปอย่าง หรือไม่ก็ ลัดให้ตรงเป้า เรารู้ตื้นลึกหนาบางของหนังทะลุปรุโปร่งแล้วกระนั้นรึ

ผมโยนคำถามนี้กลับไปให้คุณนะแอนเดรีย มีเทพก็ต้องมีมาร ไม่มีต้องเสียเวลาขบคิดกันแล้วใช่ไหม เป็นเรื่องของการสอพลอรึเปล่า

แอนเดรีย  พิการด์:  ผมยอมรับในการเพลิดเพลินกับบาปจากกิจกรรมยี่ยงนั้น และยอมรับโดยดุษณีว่าความทะยานอยากในการจัดทำเนียบกันเป็นบ้าเป็นหลังนั้นมาจากอุตริมนุษยธรรมจริง อย่างไรก็ดี ส่วนที่สำคัญที่สุด อยู่ที่โพยเหล่านั้นเป็นจารึกแห่งความปรารถนาดี หลงใหล ซึ่งมาพร้อมความรับผิดชอบ  ทุกวันนี้ผมก็ยังรู้สึกถึงความไม่เข้าท่าในการจัดโพยของตัวเอง ผมพินิจพิเคราะห์โพยของตัวเองและลงท้ายก็ต้องกลัดกลุ้มและสำนึกเสียใจ แต่แม้มีความรู้สึกด้านลบเป็นผลพวงผมก็ไม่เคยหลาบจำกับการถูกเพ่งเล็งและเข้าไปมีส่วนได้เสีย(ก็เหมือนกินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง ผมคงศรัทธากับการจัดทำโพยอยู่บ้าง) แต่กลับกระปรี้กระเปร่าเมื่อได้ทุ่มเถียงกับตัวเอง

คำว่ายอดเยี่ยมนั้นเลื่อนไหลเอานิยายไม่ได้ ปัจเจกกับความรอบรู้เปรื่องปราดหรือจะหาญทาบผู้พิชิตหน้าประวัติศาสตร์และย่างก้าวมหึมาของการปฏิวัติ  ร้อยทั้งร้อยก็เผ่นหนีคำถามแทงใจดำที่ต้องเดิมพันด้วยเคล็ดวิชา  Ludwig งานค.ศ.1972 ของวิสก็องติ(Visconti)เป็นเพชรน้ำเอกแห่งหนัง  แต่ผมจะถวายพานตำแหน่งหนึ่งในสิบหนังยอดเยี่ยมตลอดกาลให้งานชิ้นนึ้ได้ละหรือ ผมเคยใส่ชื่อหนังไว้ในโพยครั้งหนึ่ง แต่หลังจากนั้นก็ขยาด ใครๆ ก็อยากโค่นเทพเพราะมีการยอมรับนับถือ การสยบคำครหา และความวางใจในคุณภาพเป็นเดิมพัน

จริงอย่างที่คุณว่า มีหนังนับไม่ถ้วนที่เราไม้รู้จักและสาปสูญไปกับกาลเวลา จากสมัยสงคราม สูญสลายไปด้วยน้ำมือธรรมชาติ หรือขาดการบูรณะและไม่มีโอกาสแจ้งเกิด สี่เท้ายังรู้พลาดนักปราชญ์ยังรู้พลั้งกับการสรรเสริญอย่างสำคัญผิด เช่นเดียวกับเรา และเราก็สมควรหมั่นทำการสังคายนาเพราะเราเองก็เปลี่ยน โลกก็แปรเปลี่ยน

การทำโพยเป็นการลองดีกับศรัทธาต่อศิลปะในหมู่เรา เป็นหนทางหนึ่งในการส่งต่อวิสัยทัศน์ ตั้งคำถามต่อรูปแบบหนัง แถมพกวาระทางการเมือง ชะลดความคิดล้าหลังและมีลักษณะวิพากษ์นิยมมากขึ้นในทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็เห็นอยู่ว่าวัฒนธรรมแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์ในนามผู้ประกอบการไปจนกู่ไม่กลับ  แต่ก็เสี่ยงเอาการในรายการที่มีขึ้นเพื่อถือหางหนังที่ไม่เคยปรากฏสู่สายตาสาธารณชน เกียรติภูมิที่สืบสานผ่านโพยและหลักเกณฑ์ แต่ขณะเดียวกันก็งอกเงยสั่งสมในรูปความทรงจำร่วมและคงดียิ่งหากตื่นรู้ในที่สุด ดูไร้เดียงสาและดักดานเกินไปไหม ต้องไม่ลืมด้วยว่า หนังที่ถูกยกให้เป็นงานเทพหลายเรื่องก็ไม่เป็นที่สบอารมณ์ของสมัยตอนฉายครั้งแรก

เหตุใดจึงช่างอ่อนไหวกับประวัติศาสตรฟิลิปปินส์นัก

ดิอาซ:  ก็ผมเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมนี้ และทุกครั้งที่ผมลงมือทำงานล้วนมีผู้คน การต่อสู้ของชาติเราข้ามาข้องแวะในแนวคิดหลัก  จินตนาการ หรือ แรงบันดาลใจ  วัฒนธรรมมีอิทธิพลในรูปนั้น

จิตใต้สำนึกย่อมแสวงหาวิจารณญาณจนได้  ทันทีที่เกิดกระบวนการสร้างสรรค์ อุปนิสัยสิบเบี้ยใกล้มือของเราจะปลุกแหล่งวัตถุดิบซึ่งหลับใหลขึ้นมา  สิ่งนั้นก็คือประวัติศาสตร์หรืออาจเป็นเรื่องราวที่ทับถมและคั่งค้างอยู่โดยที่ไม่ได้เป็นวาระส่วนตัวแต่เป็นในแบบที่ทุกคนมีเหมือนๆ กัน  เป็นกลไกชี้นำการต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่าของมนุษยชาติที่ไม่ต้องใคร่ครวญให้มากความ  มนุษย์เป็นวัตถุทางจิตวิเคราะห์ดีๆ

ศิลปินผู้ยิ่งยงของโลกล้วนเป็นปู่โสมเฝ้าประวัติศาสตร์และมีวิสัยทัศน์ในระดับจิตใต้สำนึกสูงส่งและปลงเป็นแตกต่างจากประวัติศาสตร์มุขปาฐะและประวัติศาสตร์นิพนธ์ไข่ในหินแห่งอคติตลอดชาติ เรื่องใบสั่งก็มีแค่นั้น ก็อาจพอรวบรัดตามวลีติดปากที่ว่า ไม่บ้าก็อัจฉริยะ

ฟรอยด์กับยุงวิวาทะประเด็นนี้กันมาแล้วและตระหนักว่าจิตวิทยาไม่มีคำตอบเป็นชิ้นเป็นอันแก่รอยด่างพร้อยของมนุษยภาพ พวกเขาพายเรือไม่เคยพ้นจากขอบอ่างของคำว่า ทำไม ได้สักที  ด้วยเหตุดังนั้นเราก็ต้องเอาเป็นธุระ ใคร่ครวญและเผชิญหน้ากับประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของเรา  ครั้งหนึ่งเพื่อนผมพลาดมหันต์ เขาส่งบทหนังเล่าเรื่องหนึ่งในขุนพลสำคัญข องขบวนการปลดแอกฟิลิปปินส์จากจักรวรรดินิยมสเปนและอเมริกาที่ผมเขียนค้างอยู่ไปให้อาจารย์ทางประวัติศาสตร์ดู อาจารย์คนนี้ส่งอีเมล์มาด่ากราดบทหนังผมเสียยกใหญ่ กล่าวหาว่าผมรู้ไม่จริง เพ้ย มีคนผูกขาดความถูกต้องของประวัติศาสตร์ไปแล้ว

ผู้กำกับ  ศิลปิน  นักเขียน หรือนักดนตรีที่เป็นแรงบันดาลใจของคุณมีใครบ้าง

ดิอาซ:  สัปดาห์ก่อนผมกับเพื่อนโบกรถไปเที่ยวกัน โดยมีปลายทางคือแถบที่ราบสูงของฟิลิปปินส์  เราผ่านไปเจอแมงมุมกับอาณาจักรที่มันชักใยไว้  เราตะลึงงันกับความมหัศจรรย์เบื้องหน้า ได้แต่นั่งลง น้ำตารื้น ช่างเป็นงานฝีมือชิ้นเอก แมงมุมตัวยาวแค่หุนเดียวแต่กลับสามารถเนรมิตผลงานไร้เทียมทานท้าแรงลมอยู่ระหว่างต้นไม้เล็กๆ สองต้นข้างทางหลวง   เพื่อนกับผมพยายามนำหลักเรขาคณิตมาวิเคราะห์และได้ความว่า เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทาง หลักเหตุผลบอกเราเช่นนั้น แมงมุมตัวหนึ่งมาชักใยกำหนดอาณาเขตไว้ แล้วไง อย่าเยอะ  ลองเปิดใจรับความพิศวงของสุนทรียศาสตร์ ความงาม เราก็เลยประกาศให้เจ้าของใยเป็นเป็นศิลปินเอกแห่งศตวรรษ

ศิลปะมีสถานะเช่นไรในสังคมทุกวันนี้

ดิอาซ:  ศิลปะยังคงถูกกีดกัน ยากจะเข้าถึง มองในแง่การเปิดกว้างเพื่อการวิจารณ์และการมีส่วนร่วมจากสาธารณะ การต่อสู้ทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติยังไม่ถึงที่สุด   แต่เพลงร็อคดูจะเป็นข้อยกเว้น จากปรากฏการณ์แพร่ระบาดสู่คนหมู่มาก  หนังตลาดก็ไม่ต่างกัน  ดนตรีร็อคสถาปนาความแตกต่างอย่างผ่าเผย แม้แต่งานที่ต้องอาศัยกึ๋นทางสุนทรียะในการเสพก็ยังมัดใจคนนับล้านได้  หนังศิลป์ไปไม่ถึงจุดนั้นเพราะศิลปะไม่อาจหลีกเลี่ยงเนื้อหาจริงจังหนักหน่วง   เนื้อหาอันเป็นชนวนขัดแย้ง และแน่นอนสงวนเฉพาะผู้มีรสนิยมเลอเลิศ  คนนับล้านอาจอิ่มเอิบกับเซซานแต่ชาวนาไทยไหนเลยจะเฉลียวใจ เพราะความเข้าใจในสุนทรียะของพวกเขาจำกัดอยู่เพียงความงดงามจากแสงตะวัน สำรับกับข้าวฝีมือเมีย ฝน ปลาดุก และการเก็บเกี่ยวผลผลิตอันน่าชื่นใจ

นักเต้นร่วมสมัยในเบอร์ลินก็ยังอ้างได้ว่าเธอเป็นสมาชิกขบวนการปฏิรูป กระนั้นอาชญากรอย่างบาเฮีย  อัล  อัสซาดก็ยังหันปากกระบอกปืนและจรวดเข้าใส่ประชาชนของตนเอง  ตราบใดที่สหประชาชาติและโลกอารยะยังไม่ปลดปล่อยประชาชนซีเรีย แล้วศิลปะจะทำอะไรได้  ศิลปะหล่อเลี้ยงและให้อิสระแก่ดวงวิญญาณก็จริง แต่สมัยใหม่คือยุคไฟลนก้น พระเจ้าพระภูมิบอกเราว่าเราต้องปกป้องโลกจากพวกหัวรุนแรง อวิชชา และจากการแบ่งเขาแบ่งเรา

ในการเผชิญหน้ากับความป่าเถื่อนเกรี้ยวกราดของโลกร่วมสมัย ศิลปะกลายเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว เครื่องมือทางการเมือง วาทะแห่งอุดมการณ์เพื่อธำรงความผุดผ่องของมนุษย์ แม้แต่ปกป้องมนุษยชาติจากความเสื่อมถอยและดับสูญ  ผมขอผ่านการพูดแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น ผมไม่เก่งเรื่องถนอมน้ำใจ  กิจกรรมเหล่านี้บังเกิดขึ้นได้ก็เฉพาะใต้ร่มธงของวิชาการและจรรยาบรรณ  ผมหยิ่งในสุนทรียะของผมเพราะผมเชื่อว่าศิลปินยังทำประโยชน์แก่วัฒนธรรมในภาพรวมได้

แล้วการวิจารณ์หนังควรมีบทบาทในลักษณะใด

ดิอาซ:  นักวิจารณ์หนังในฐานะองค์ความรู้ควรให้ความสำคัญมากกว่าการไล่ถล่มหนังหรือการสร้างงาน ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายเป็นที่ตั้ง อธิบายหาความหมาย ตีความ ประยุกต์ มีหลักวิชา ในนามของจรรยาบรรณ เนื้อหาไม่ค่อยมีผล สำคัญตรงการขยายขีดจำกัดของศิลปะ  เติมเต็มวิสัยทัศน์ผ่านการถกเถียง  เรียงร้อย  อรรถาธิบาย ค้นหาความหมาย ตีความ ปรับประยุกต์และยึดหลักวิชา  คนทำหนังกับนักวิจารณ์คือมิตรแม้จะต้องประจันหน้ากันด้วยความแตกต่าง และเป็นไม้เบื่อไม้เมา เป็นเนื้อคู่กระดูกคู่ รวมไปถึงผู้คัดเลือกหนังและคัดสรรการจัดแสดง ด้วย

แปลจาก

http://cinema-scope.com/columns/filmart-beware-jollibee-a-correspondence-lav-diaz/

Written by enyxynematryx

April 24, 2013 at 8:07 am

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: