enyxynematryx

สุสานส่องดาว

leave a comment »

เหตุการณ์ 11 กันยายน ในสำนึกสาธารณะของคนอเมริกันคือการล่มสลาย จุดสิ้นสุดของประวัติศาสตร์ ไม่มีเหตุการณ์ร่วมสมัยครั้งใดสร้างความตระหนกมากเท่า แต่สื่อมวลชนกระแสหลักก็ไม่เคยแม้แต่กระซิบให้หมู่อเมริกันชนได้ฉุกคิดว่าการก่อการร้าย 19 กันยาย่อมมีที่มา เหยื่อของเหตุการณ์กลายเป็นเหยื่อซ้ำซ้อนตกกระไดพลอยโจนไปกับบรรยากาศทางการเมืองและไม้ประดับความทรงจำตำรับอเมริกัน

ค.ศ 1972 กองทัพชิลีโดยการหนุนหลังของสหรัฐก่อรัฐประหารรัฐบาลสังคมนิยมภายใต้การนำของนายซัลวาดอร์ อัลเย็นเดที่มาจากการเลือกตั้งของพลเมืองชิลี ฝ่ายก่อการรัฐประหารใช้เครื่องบินรบยิงจรวดถล่มทำเนียบประธานาธิบดี สังหารนายอัลเย็นเด (หลักฐานในภายหลังชี้ว่าเขายิงตัวตาย ไม่ได้ปักหลักต่อสู้กับทหารทรยศ) ตามติดมาด้วยมหกรรมการไล่ล่าลอบสังหาร ทรมานฝ่ายตรงข้ามครั้งมโหฬารที่สุดครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ร่วมสมัยภายใต้คำบัญชาเผด็จการออกุสโต ปิโนเชต์ ชิลีตกอยู่ใต้ระบอบกดขี่โดยมีการอุ้มฆ่าเป็นกลไกใต้เงื้อมมือนายพลปิโนเชต์ต่อมาอีกหลายปี จนปิโนเชต์ได้ชื่อว่าเป็นทรราชขวาจัดแห่งลาตินอเมริกัน

ยุคทรราชโดยระบอบปิโนเชต์ปลิดชีพผู้คนราวผักปลา ร่างของเหยื่อถูกทิ้งลงทะเล แม่น้ำ มีเหนือความคาดหมายบ้างก็คือในทะเลทรายสุดกันดาร สื่ออเมริกันเองแย้มว่าคณะรัฐประหารเกือบจะออกแถลงการณ์ประกาศชัยชนะเหนือรัฐบาลอัลเย็นเดอยู่แล้วถ้าไม่ติดว่าสหรัฐกำลังระส่ำด้วยคดีวอเตอร์เกตอันเป็นการประจานสันดานโจรและเบาะแสของการก่ออาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติของรัฐบาสหรัฐ ดุจเดียวกับที่ล้มไม่เป็นท่ากับกรณีเวียดนาม ทุนสัญชาติอเมริกันที่หลั่งไหลเข้าไปถลุงทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ในชิลีนั้นมหาศาลเกินกว่าจะปล่อยให้แหล่งทำมาหากินกลับไปอยู่ในมือชนพื้นเมืองชิลีไม่เอาถ่าน ว่าแล้วประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสันก็สั่งการให้ริชาร์ด เฮล์ม(Richard Helm)ว่าที่ผู้นำหน่วยข่าวกรองซีไอเอหาทางสร้างความร้าวฉานทางเศษฐกิจด้วยลูกไม้สกปรกสารพัด หนึ่งในนั้นคือปลุกปั่นคนขับรถบรรทุกที่เริ่มไม่ลงรอยกับรัฐบาลให้นัดหยุดงาน สำออยกันชั่วประเดี๋ยวประด๋าวความหฤโหดของจริงก็ตาม นายคิสซิงเจอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศสมัยนั้น ประกาศกร้าวว่า จะไม่ยอมให้ชาติใดชาติหนึ่งกลายเป็นคอมมิวนิสต์เพราะความไม่เอาไหนของพลเมืองในชาตินั้นเป็นอันขาด

ทั้งหมดนี้นอนก้นอยู้ใต้โพรงความทรงจำ แม้แต่ในสังคมชิลี ในสหรัฐไม่ต้องพูดถึง ข่าวระแคะระคายเกี่ยวกับการรัฐประหารครั้งนั้นไม่เป็นที่รับรู้ในวงกว้างแม้จนปัจจุบัน เท่าที่มีก็มักมาในรูปนิทานคติสอนใจตามตำรับพวกมาร์กซิสต์ และก็กลายเป็นประวัติศาสตร์บาดแผลที่ไม่มีที่ทางในระเบียบสังคมชิลียุคเศรษฐกิจเสรีนิยมใหม่ ทุกคนถือคติก้าวไปข้างหน้าและลืมอดีตอันโหดร้าย

ปาทริซิโอ กุสแมน(Patricio Guzman)ยืนหยัดที่จะชำระความอดีต เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตการเป็นผู้กำกับไปกับการขุดคุ้ยความทรงจำต่อประวัติศาสตร์ เริ่มจาก The Battle of Chile งานที่ผลิตในช่วง ค.ศ.1972-75 กับการถ่ายทอดมุมมองของชาวบ้านร้านตลาดระหว่างที่การรัฐประหารคืบหน้าไป กว่าจะออกมาเป็นสุดยอดสารคดีอันเพื่อประกาศถึงเสรีภาพของมนุษย์เรื่องนี้ก็ต้องแลกมาด้วยทรัพยากรอันประเมินค่าไม่ได้ ลีโอนาโด เฮ็นริคเส็น(Leonardo Henrichsen)ตากล้องผู้ห้าวหาญ ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างออกกอง ฮอร์เก มึลเลอร์ ซิลบา(Jorge Muller Silva) ช่างภาพนิ่งผู้มีส่วนสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จของหนัง ถูกคุมขังและประหารโดยคำสั่งปิโนเชต์ ท้ายสุดหนังได้ใบบุญคริส มารค์เกอร์ มาช่วยให้การถ่ายทำลุล่วง จากการที่ ศูนย์รวมจิตใจนักคิดฝ่ายซ้ายรุ่นหลังสงครามผู้นี้ยกฟิล์ม 35 มม.ให้หลายพันฟุต ก่อนมาถึง Nostalgia de la lux(Nostalgia for the Light) อันแสนงดงามและทิ่มแทงใจในค.ศ.2010 ขบวนงานสารคดีของกุสแมนสืบย้อนขึ้นไปได้ดังนี้ Chile, la memoria obstinada(Chile Obstinate Memory) ในค.ศ.1997 La cas Pinochet(The Pinochet Case) ใน ค.ศ.2001 Salvador Allende ค.ศ.2004 อาจมีหลายเสียงค่อนขอดถึงการทำงานด้วยอคติ เพราะวัตถุดิบนั้นเอื้อต่อการหยั่งวัดความตกต่ำของมนุษยภาพเสียจนสุดวิสัยที่จะกะเกณฑ์คุณูปการของผู้กำกับ

nostg-light-10

ในฝีภาพอารัมภบทจะเห็นแท่นเหล็กรูปทรงพิสดาร มันขยับเขยื้อน หมุนตัวบิดขี้เกียจ คำรามกึกก้องเหมือนอยู่ในโกดังมหึมา เครื่องทรมานเหยื่อของปิโนเชต์รึเปล่า แท้ที่จริงคือภาพลอดหว่างฐานกล้องดูดภาพสมรรถนะสูงขนาดยักษ์หนึ่งในหกลำที่ประจำการอยู่ในหอสังเกตเอกภพแมมมอธเผือกบนยอดเขาอตากามา(Atacama)ในชิลี ดินแดนที่แห้งแล้งที่สุดในโลก ยิ่งร้อนมากก็ยิ่งรักษาสภาพซากศพคนเลี้้ยงแพะชาวโคลัมเบีย พวกผู้หญิงกระจายกันออกไปทั่วอตากามา บ้างก็มาเดี่ยว บ้างก็ล้อมวงกันดั้นด้นไปตามหน้าดินที่แตกระแหง ขุดหาหลักฐานที่อาจเป็นร่างคนรักของพวกเธอที่สาปสูญไปในยุคปิโนเชต์ เป็นที่น่าสังเกตว่าแถวนั้นคนที่หน้าสู้ดินขุดค้นเป็นผู้หญิง ส่วนผู้ชายแหงนหน้าสู้ฟ้าค้นหาดวงดาว มีพวกผู้ชายที่อยากฟื้นฟูยุคปิโนเชต์อยู่เป็นแน่ แต่อาจมีคนแย้งว่าก็เป็นบุคลิกเฉพาะของที่นั่นพวกผู้ชายทานทนกับเรื่องละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบต่อจิตใจได้ ส่วนพวกผู้หญิงยังคงทำใจไม่ได้และต่อสู้ไปแบบไร้จุดหมาย

หนังมีสภาพไม่ต่างจากการสาธยายความคิดตามแนวคานท์(Kantian) พรรณนาถึงสรวงสวรรค์ดาราดารดาษเบื้องบนไปพลาง ก็บรรยายถึงหลักจริยธรรมเบื้องล่างไปด้วย กุสแมนนำภาพสวยๆของอวกาศและภูมิทัศน์โลกมาอวดคนดูสมกับที่เคยเป็นคอนิยายวิทยาศาสตร์และชื่นชมวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก ชัยภูมิของหอสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์และชั้นบรรยากาศที่บางเบาเหนือชิลิเปืดทางให้มองทะลุไกลไปถึงส่วนที่ไกลโพ้นของอวกาศ หนังไล่พิจารณาการจดจำอดีตในสองแนวทาง คือ แบบทรงเครื่องใหญ่(grand) กำเนิดการระเบิดใหญ่ Big Bang และสภาพความเป็นไป )และแบบสอบสวนวิพากษ์ที่เสริมด้วยความรู้สึกร่วม (มีการเก็บตกควันหลงเศษเสี้ยวอดีตสดๆร้อนๆและรื้อฟื้นความจริง)

nostg-light

หนังไม่เพียงศึกษาคุณลักษณ์เชิงกลไกของความทรงจำ หากครอบคลุมไปถึงความสร้างสรรค์และวิริยภาพของกระบวนการในจิตมนุษย์ มีภาพที่หลุยส์ เอ็นริเก หนึ่งในเหยื่อผู้รอดชีวิตจากค่ายมรณะของปิโนเชต์ ให้สัมภาษณ์แก่กุสแมน ด้วยการย้อนความทรงจำเมื่อครั้งชาวค่ายได้เปิดหูเปิดตากับวิชาดูดาวในห้องเรียนจำเป็นของศาสตราจารย์อัลวาเรซก่อนที่กิจกรรมดังกล่าวจะเป็นเรื่องต้องห้าม มิเกล ลอวเนอร์ อัจฉริยะ draughtman ผู้รอดชีวิตอีกคน ที่วาดภาพสภาพตัวค่ายดัดสันดานและจำนวนผู้ถูกคุมขังจากการนับรอยเท้าของบรรดาเหยื่อรายก่อนหน้าที่เขาย่ำซ้ำตามพื้นระหว่างสาวเท้าตาม เสี้ยวความทรงจำลักษณะนี้นั้นชวนให้นึกถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของนาซี ครั้งนั้นชาวค่ายก็ยกสมการคณิตศาสตร์มาถกระหว่างเดินไปสู่ความตายในหอรมก๊าซ หัวจิตหัวใจมนุุษย์ไม่เคยยอมอ่อนข้อแม้ต้องถูกทำลาย

กุสแมนไปสัมภาษณ์นักดาราศาสตร์แห่งอตากามา หาทางโยงงานหินอย่างการไขปริศนาจักรวาลเข้ากับการตระหนักถึงผู้ตกเป็นเหยื่อให้เป็นวาระของชาติ ข้อมูลจากการวิจัยค้นคว้าเกี่ยวกับสวรรค์ให้ผลลัพธ์อันเป็นเหมือนรางวัลปลอบใจว่าดวงดาวในจักรวาลประกอบด้วยธาตุแคลเซียมแบบเดียวกับในกระดูกมนุษย์ ซึ่งก็รวมถึงมนุษย์ที่สาปสูญไปในละแวกหอดูดาวแห่งอตากามานั่นด้วย บอกเป็นนัยว่าเราล้วนเหลือแต่ชื่อเหมือนๆ กันสุดแต่จะถูกจดจำในทางใด ส่วนนี้ของหนังสร้างความคลางแคลงและเสียรังวัดไปไม่น้อย จริงอยู่ที่ว่าการรัฐประหารหลงเหลืออยู่ในเพียงชั้นตะกอนประวัติศาสตร์ด้วยน้ำมือของระเบียบเศรษฐศาสตร์เสรีนิยมใหม่ของโลกร่วมสมัย(และแน่นอน การลบด้วยเท้าของสหรัฐ) และกลายเป็นประเด็นรณรงค์เพื่อการเยียวยาที่นักต่อสู้ทั่วโลกเห็นพ้องกัน แต่พวกผู้หญิงทั้งในย่านอตาดามาและที่มีชีวิตในยุคปิโนเชต์ต่างรู้ซึ้งอยู่แล้วถึงความระทมทุกข์และจำขึ้นใจว่าทศวรรษ 1970 ของชิลีเป็นเช่นไร ที่น่าคับแค้นก็คือ พวกเธออยากได้เศษเสี้ยวของบุคคลอันเป็นที่รักที่ถูกฆ่าแกงโดยอำนาจทมิฬ คืนมา ไม่ใช่ผลการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ขณะที่วิทยาศาสตร์และความช่างค้นคว้าของกุสแมนอาจมีคุณูปการในการขุดคุ้ยการรัฐประหาร ข้อเท็จจริงที่เขาค้นพบสร้างความตื่นตะลึงแก่คนทั้งโลกก็จริง แต่ออกจะอ่อนสรรพคุณในทางเยียวยาคนอีกเป็นจำนวนมาก

สำรวจดาวอังคาร และการทดลองในเรื่องอนุภาคนิวตริโน ตลอดจนแนวโน้มที่การเดินทางข้ามเวลาไม่เกินวิสัยความเป็นไปได้อีกต่อไป แผ่อานิสงส์ให้อวกาศวิทยาเฟื่องฟูขึ้นมาในระยะหลัง แต่การที่หนังให้น้ำหนักกับเนื้อหาส่วนนี้กลับเป็นเหมือนการหนีความจริงไปอยู่ในหวอดอภิปรัชญา ศรัทธาของกุสแมนยิ่งลากประเด็นออกห่างจากการอำนวยความยุติธรรมแก่เหยื่อของระบอบปิโนเชต์ (และกระบวนการทางศาลก็ใช่ว่าพึ่งได้ตลอดรอดฝั่ง โปรดดู The Pinochet Case) หญิงนักขุดแห่งอตากามาได้รับเชิญให้เข้าไปสัมผัสภายในดาราศาสตรสถานและสัมผัสหมู่มวลดาวผ่านกล้องส่องยักษ์ พวกเธอไม่ขัดศรัทธา แต่ก็ใช่ว่าจะเต็มใจ การได้รู้ว่าแคลเซียมในแท่งกระดูกคนบุคคลอันเป็นที่รักนั้นฟุ้งกระจายไร้ที่สิ้นสุดอยู่ทั่วจักรวาล และชีวิตเรานั้นกระจ้อยร่อยเพียงใดเมื่อเทียบกับเอกภพอันไพศาลนั้นช่วยเยียวยาความรู้สึกสักแค่ไหนกันเชียว  เยอร์ก ลูแกกส์(Georg Lukacs)เคยเตือนสติไว้แล้วในเรื่อง’ศาสนาอเทวนิยมใหม่”(the new religious athiesm)’ของภาวะร่วมสมัย สอดประสานกับสิ่งที่พอล ทิลลิชเรียกว่า ‘ประเด็นที่ต้องชี้ขาด(matters ultimate concerning)’ การเพ่งมองอย่างสิ้นหวัง(บางครั้งด้วยเจตจำนงสุญนิยม)เข้าไปในความว่างเปล่าแทนที่จะเป็นพระเจ้า ยากที่จะไม่นึกถึงอาการหลงใหลได้ปลื้มของพวกซ้ายใหม่ยามได้จ้องมองดวงดาว เข้าวิปัสสนา ภาพชีวิตองค์รวม และงานอดิเรกล้ำยุค ในอ้อมกอดฝ่ายขวายี่ห้ออเมริกัน ชะรอยกุสแมนจะทำคุณบูชาโทษในทางดัดหลังชิลีโดยไม่ได้เจตนา

nostg-light-2กุสแมนเป็นนักคิดที่ทรงภูมิ แต่ปฏิภาณหนังของนักปรัชญาก็สะท้อนออกมาอย่างที่เห็นในงานชิ้นนี้ มนุษยธรรมเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ โดยคำนึงถึงพลังงานที่สูญไปกับห้วงประวัติศาสตร์หนึ่งๆ ความเงียบเชียบวังเวงที่สัมผัสได้ในงานหลายชิ้นของเขานับเป็นหลักฐานฟ้องถึงสมมติฐานที่ว่า สภาพเสมอเหมือนถ้วนทั่วเป็นอุปสรรคขัดขวางกระบวนการหาความรู้ทั้งแบบเคร่งและแบบหลวมในอันที่จะเข้าใจอวกาศอย่างปรุโปร่ง ใน Salvador Allende คนดูจะเห็นชิ้นส่วนของกรอบแว่นตาของอัลเยนเด กระเป๋าเงิน นาฬิกาข้อมือ สมุดบันทึกเล่มจิ๋วพร้อมด้วยข้อคิดข้อเขียนทางสังคมนิยม ตัวตนผู้เป็นเจ้าของยังตกทอดอยู่ในข้าวของเหล่านี้แต่ก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวที่ฟ้องความแหลกสลายในตัวเอง และโหยหาความเป็นเอกภาพ บรรยากาศเศร้าสร้อยเหล่านี้เกาะกินตัวหนังและลามเลียหนักข้อใน Nostalgia for the Light เขาไม่มีลูกล่อลูกชนหรือแดกดัน เขาจารึกประวัติศาสตร์การรัฐประหารของปิโนเชต์แก่ผู้คนที่ไม่มีแก่ใจจะรับรู้ ภาพอันถ่องแท้ที่ประมวลมาก็ใช่ว่าจะปลุกมนุษยธรรมในหมู่เราๆ ให้ตื่นเต็มตา ไม่อยู่ในวงจรร่วมรับรู้ หรือหากอยู่ก็คงดูไปหาวไป ท้ายที่สุดแล้วสุสานและหอดูดาวต่างอยู่ใจกลางทะเลทราย

ภาคผนวกของ DVD ชี้ถึงราคาที่กลุ่มเสรีนิยมใหม่ของชิลิต้องจ่ายเพื่อปัดรังควานฝันร้ายจากอดีต ขณะที่หนังสือประวัติศาสตร์หลายเล่มเลือกที่เล่าอ้างถึงรัฐประหารแบบลูบหน้าปะจมูก เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าระบบการศึกษาล้มเหลวแทบจะโดยสิ้นเชิง ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะการเจริญรอยตามสหรัฐ แต่การชำระปัจจุบันและฟื้นฟูความทรงจำนั้นเป็นงานหินจริงๆ สำหรับกุสแมนและผู้มีใจเป็นธรรม

แปลจาก

Sharrett, Christopher. November 2012.’Nostalgia for the Light’.http://sensesofcinema.com/2012/cteq/nostalgia-for-the-light

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: