enyxynematryx

สิบตาเห็นไม่เท่าหูคลำ 5: sound disorienting

leave a comment »

ขณะที่โดยปกติภาพระยะใกล้จะบังคับให้เราเพ่งเล็งรายละเอียดบางจุด แต่จากข้อสังเกตข้างต้น มาร์เท็ลกลับใช้ภาพระยะใกล้เพื่อสร้างความไขว้เขวโดยการตัดพื้นที่สืบเนื่องออกจนหมด การใช้เสียงจากระยะแนบชิดนั้นก็เหมือนกับการใช้หูฟังหมอดักฟังเสียงจากห้องติดกันในโรงแรม ยังไงก็ไม่ถึงลูกถึงคน ขณะที่บาร์ตส์เตือนในเรื่องพื้นที่อันพอเหมาะแก่รัศมีทำการของเสียง ไม่ว่าสำหรับคนดูหรือตัวละคร ดังที่จะแสดงให้เห็นต่อไป ในรูปที่ละม้ายยิ่งกับ “เสียงที่รวมตัวกันบรรเลงในรูปมโหรีแห่งครัวเรือน”

โรงแรมโกโรโกโสแห่งนี้คือฝันที่เป็นจริงของทอม ค่าที่ได้สถาปนาพื้นที่ที่เสียงจะได้อวดดี และมาร์เท็ลก็ใช้ประโยชน์ทุกซอกมุมของสถานที่นั้น ระลอกการเล่าแรกๆ จะเห็นอเมเลียและโยเซฟินาสวดภาวนา(ด้วยถ้อยคำอันกำกวมระหว่างอาราธนาพระคัมภีร์หรือกระเส่าจากกามรส)จากเสียงงึมงัมและเสียงเอียดอาดที่แว่วเข้ามาจากนอกกรอบภาพ จากภาพอิริยาบถสองเด็กสาวในระยะเกลือกใกล้จนอึดอัด หนังสลับไปเป็นภาพระยะกลางธองอะเมเลียในท่านั่ง รำไรอยู๋เบื้องหลังเธอคือภาพพนักงานโรงแรมกำลังง่วนกับการรีดและนึ่งผ้าอันเป็นที่มาธองเสียงชวนคิดอกุศล ในระลอกการเล่าเดียวกันนี้ตอนอะเมเลียย่างเธ้าห้องยาโน เสียงปนเประหว่างทางเดินกับห้องหับ วิทยุ เสียงผู้คน ผ้าผ่อนสะบัดเสียด ล้อหมุน ก่อทบเป็นเชิงชั้นภูมิโสต เสียงจากห้องทั้งหลายกระหน่ำกรอกหูผู้ชม โดยไม่อาจหยั่งรู้ที่มาและชวนพิศวง จุดชนวนความขุ่นข้อง

เช่นเดียวกับ La cienaga หนแล้วหนเล่าที่มาร์เท็ลประวิงการเฉลยที่มาธองเสียงอย่างที่เจอกับเครื่องนึ่งผ้า เสียงระรัวปริศนาราวโฉบไล้ม่านแว่วธึ้นมาเป็นหนแรกในยี่สิบเอ็ดนาทีแรก ก่อนที่จะถึงบางอ้อในสิบนาทีต่อมาว่าต้นตอคือกระป๋องฉีดละอองฝอยซึ่งพนักงานจอมธยันพ่นไปทั่วเหมือนย้ำคิดย้ำทำ

มาร์เท็ลยังเล่นกลกับความคาดไม่ถึง ชัดแจ้ง และสลับที่สลับทาง เป็นเรื่องปกติที่จะพบเจอความพิเรนท์เกณฑ์กล เป็นต้นว่า ตอนหมอยาโนเข้าลิฟต์หนังก็จับภาพคอหมอจากระยะใกล้ในลักษณะเพ่งเล็ง(มีให้เห็นในหนังถึง 3 หน) ส่วนเสียงประกอบก็เน้นทุกจังหวะฝืดเหวี่ยงขณะลิฟต์เคลื่อนตัว มีเสียง”ฉับ”โพล่งขึ้นมาตอนมืออะเมเลียสัมผัสตัวหมอ ประตูลิฟต์ที่เลื่อนสบกันพอดีก็เหมือนกิโยตินทำงาน ภาพและเสียงจากระยะจ่อประชิดในลิฟต์ผสมโรงกันเคลือบฉาบอำพรางบทสนทนาระหว่างยาโนกับเพื่อนของเขากลายเป็นความเครียดเขม็งและกันท่า

ฉะนั้น จึงถือได้ว่า “อัจฉริยภาพอันน่าทึ่งในการเนรมิตบรรยากาศสุดทนและสุดกลั้นของมาร์เท็ล” นั้นไม่ได้เป็น”อานิสงส์จากแบบแผน”และสิ่งที่กอนซาเลซอ้างในทำนองว่าเป็น ความสยองขวัญ ในงานของเธอ แต่เป็นผลจากความใส่ใจกับรายะเอียดของเสียงทั้งที่แฝงฝังและเป็นผลสืบเนื่องแบบฉับพลัน เป็นธรรมชาติและไร้ระเบียบ เช่นเดียวกับลูจิใน La cienaga กับหูอันเป็นทีเด็ดของหนัง อะเมเลียเงี่ยหูรอสัญญาณจากเบื้องบน ยาโนก็จดจ่อกับสรรพสำเนียงจากอะเมเลีย เธอถึงกับซุ่มซ่ามส่งเสียงบาดแก้วหูระหว่างเหม่อมองเขานอนแผ่ในอ่างน้ำอุ่น ส่วนเฮเลนาซึ่งมีอาการหูชั้นในผิดปกติอันเป็นผลจากการดำน้ำสมัยเด็กก็เฝ้าแต่ฟังเสียงตัวเองเสียเป็นส่วนใหญ่ มีอยู่ฉากหนึ่งระหว่างดำอยู่ในสระ จะมีแค่เสียงน้ำไม่กี่จังหวะให้ได้ยิน เฮเลนาหันรีหันขวาง คนดูจมอยู่กับความเงียบอยู่ชั่วอึดใจขณะเธอพยายามจับทิศทางหาสัญญาณเสียง ก่อนที่สรรพสำเนียงอันซับซ้อนจากพื้นที่จะกลับมาให้ได้ยินครบย่านอีกครั้ง

ระลอกการเล่าเพื่อสื่อถึงมุมมองของยาโนนั้นห้วนขนาดผูกขึ้นจากหกฝีภาพเท่านั้น แถมไม่เฉลยแหล่งที่มาของเสียงอีกต่างหาก โดยเริ่มจากภาพโถงทางเดินเห็นลึกสุดทาง เบี่ยงมุมเล็กน้อย(มาร์เท็ลประณีตมากกับการวางกรอบภาพเยื้องกระเท่เร่ หรือขาดสมมาตรพอสัมผัสได้) พนักงานเดินหลุดกรอบภาพกลืนหายไปกับระวางส่วนหลัง ขณะที่เสียงประกอบกลับเป็นเสียงดอกกุญแจกระทบกันจากระยะใกล้มาก) อะเมเลียเข้ามาในกรอบภาพพร้อมดอกกุญแจ คนดูเหมาเอาว่าเธอดอดมาข้างหลังตลอดเวลา ฝีภาพถัดมาจะเห็นเธอชัดๆ แค่แวบเดียวผ่านช่องประตูที่อ้าไว้เพียงเล็กน้อย ก่อนที่ร่างเธอจะกินพื้นที่หมดทั้งกรอบภาพ คนดูได้ยินเสียงลมหายใจขณะหลับของยาโนก่อนจะเห็นอากัปกิริยาเขา จากเสียงลมฟัดจมูกหนักๆ ฟ้องว่าเขาร่ำๆ จะรู้สึกตัว ทุกอย่างสะดุดกึกพักหนึ่ง ไม่มีแม้แต่เสียงนาฬิกาเดิน ก่อนเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จะฉุดเขาจากห้วงนิทรา ทั้งคนดูทั้งยาโนหันไปจดจ่อกับเสียงฝีเท้าไม่ก็ประตูอันแสนคลุมเครือ แน่ใจได้เพียงประการเดียวมีเสียงวัสดุดินเผาหนักอึ้ง ยาโนตรงไปห้องน้ำ ก่อนที่จะเขาและคนดูจะรู้เหนือรู้ใต้จากเสียงหมาเห่า สุ้มเสียงและประตูเล็ดลอดมาจากหน้าต่าง การได้ยินของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในฐานะแนวรัศมีปักปันอาณาบริเวณของ”พื้นที่อุ่นใจ”มีบทบาทโดดเด่นยิ่งในระลอกการเล่านี้ รวมถึงตอกย้ำถึงสัญชาติญาณการฟังเพื่อล่าและระวังภัยของยาโน การฟังคือการตรวจจับควานหาสิ่งใดก็ตามที่ล่วงล้ำละเมิดความสงบสุขของอาณาเขต เป็นกลไกเฝ้าระวังสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมาย ไม่ว่าจะมาดีหรือมาร้าย วัตถุดิบของการได้ยินจะเป็นตัวบ่งทั้งในแง่ชี้เฉพาะถึงอันตรายหรือชี้โพรงให้กระรอก

มุมมองของบาร์ตส์ช่วยสร้างความกระจ่างต่อท่าทีหวาดระแวงต่อเสียงของยาโนและอะเมเลีย กล่าวคือ เสียง ซึ่งก็คือพื้นที่โดยปริยาย ไม่ปลอดภัย ไม่เป็นมิตรต่อยาโน ส่วนอะเมเลียนั้นก็ทุกข์ทนกับพลังเหนือธรรมชาติ พระเจ้าหรือความปรารถนาอันน่าเกรงขาม

ก่อนหน้านั้น ในระหว่างการเรียนเรื่องสัญญาณจากพระเจ้าที่โรงเรียนวันอาทิตย์ก็มีเสียงชวนฉงนที่ได้จากเครื่องเธรีมินดังขึ้นมากลางคัน “ดังมาจากไหน” สาวๆ พากันชะเง้อออกไปนอกหน้าต่าง ต่อมาระหว่างสนทนาธรรมว่าด้วยประเด็นฟ้ามีตาก็มีเหตุชวนสยองที่ดึงทุกสายตาแห่งความสอดรู้สอดเห็นพุ่งไปยังประตูระเบียง ต้นตอของเหตุการณ์คือชายในสภาพชีเปลือย ผู้พลัดตกจากชั้นบนโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่เพียงรอดตายราวปาฏิหาริย์แต่ยังไม่มีแม้แผลถลอก ขณะที่หนังเขม็งเกลียวขึ้นเรื่อยๆ จะมีเรื่องขบขันทำนองนี้โผล่มาขัดตาทัพเป็นครั้งคราว ยิ่งหนังโศฏนาฏกรรมที่หนังถลำลึกไปนั้นหมองไหม้เพียงใด มุกตลกที่แทรกเข้ามาก็จะยิ่งแทงใจดำลึกกว่าเก่า ตอกย้ำความไม่ลงรอยอันปราศจากการเร่งรัดแตกหัก สอดรับความเป็นจริง การปะทะ ระราน แบบเฉียดไปเฉียดมา เก็บเล็กผสมน้อยเสี้ยวเหตุการณ์เป็นดินพอกหางหมูชะตากรรม

การใช้เสียงเป็นเครื่องมือบำบัดยังเป็นหัวข้อที่ดร.ยาโน กับ ดร.เบสซาลิโอเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ หัวข้อที่รายแรกนำเสนอต่อที่สัมมนาคือความผิดปกติที่เวสติบิวลา(vestibular)ขณะที่อีกคนจะนำเสนองานวิจัยว่าด้วยปัญหาของการวินิจฉัยผลการซักประวัติการเยียวยาจากคนไข้ อุปสรรคในการที่ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะรับรู้ความผิดปกติจะอยู่ที่ การได้ยิน ตอนท้ายของการสัมมนาจะต้องมีการสาธิตและอภิปรายเรื่องการสื่อสารระหว่างหมอ-คนไข้ ติดอยู่ตรงแค่จะหาประเด็นที่น่าสนใจอันใดมานำเสนอจึงจะเหมาะ สถานการณ์เข้าทางเฮเลนาเพราะเธอมีประสบการณ์ด้านละครเวทีและเป็นผู้ป่วยหูชั้นในผิดปกติ เจ้าตัวเองก็มีใจจะทอดสะพานยาโนอยู่แล้ว เธอยินดีจะเข้าร่วม และเข้ารับการทดสอบการได้ยินเพื่อเตรียมการนำเสนอการให้คำปรึกษาต่อหน้าธารกำนัล มาร์เท็ลเฉียบคมยิ่งในการแปลงสภาพการซักคนไข้ เหลี่ยมคูการเมืองของเพศแบบน้ำเน่ามาไว้ในรูปการเกี้ยวพาอันละมุนละม่อมที่ยาโนหมดปัญญาจะควบคุม ไม่กี่ฝีภาพให้หลังจะเห็นเฮเลนาสวมหูฟัง โดยไม่เฉลียวใจว่าความไร้สมรรถภาพในการฟังของตนจะนำวิบากกรรมใดมาสู่ เธอถูกแยกไปกักตัวในห้องทดสอบเสียง โดยมีสายตา”ทางการแพทย์และไร้เยื่อใย”ของยาโนจับจ้อง การกดขี่เพศก่อตัวขึ้นอีกครั้งท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ตกอยู่ในการควบคุมดังกล่าว อำนาจของแพทย์มาจากความรู้ที่เหนือกว่า การทำหน้าที่วินิจฉัย และไขความลับที่หลบซ่อนอยู่ภายในของสตรีที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังไม่รู้ เฮเลนาที่จริงแล้วต้องทนทุกข์จากการเป็นวัตถุดิบรองรับความเชี่ยวชาญของยาโน อาการเมเนียร์ และอาการสูญเสียการได้ยินแบบเอาแน่ไม่ได้ในระดับเกินเยียวยา การเสียสมดุลย์ และเสียงก้องหอนในหู(ทินนิทัส) วิงเวียนและความดันในหู

หมอยาโนวินิจฉัยว่าพฤติกรรมสร้างความรำคาญด้วยการลุกขึ้นมาดูโทรทัศน์ตอนกลางคืนของเฮเลนาเป็นเพราะเสียงหอนในหู เราเห็นเธอตื่นขึ้นเพราะเด็กในโทรทัศน์ตะโกนเรียก แม่จ๋า แม่จ๋า มีฝีภาพเด็กๆ สวมหูฟังและร้องแรกแหกกระเฌอ โผล่มาให้เห็นสองสามแว่บก่อนเธอจะปิดเครื่องรับ สภาพการณ์ดังกล่าวฟ้องถึงความเป็นไปในชีวิตของเธอ ท้ายสุดกับการฟังข่าว เธอเสียศูนย์เล็กน้อย และแยกแยะระดับเสียงไม่ได้เป็นบางช่วง ก่อนจะยอมให้คำโปรยบนจอจูงจมูกหลังจากปลงตกว่าน่าจะสะท้อนความเป็นตัวเองได้ชัดที่สุดในสถานการณ์นั้น

ความปรารถนาในตัวหมอยาโนของเฮเลนาไม่เคยไต่ระดับถึงจุดแตกหัก เพราะเธอเล่นตามบทบาทมากกว่าความรู้สึก มัวแต่ถ่ายทอดความเบื่อหน่ายและโดดเดี่ยวมากกว่าสานสัมพันธ์ ส่วนหมอยาโนก็เอาแต่วินิจฉัยเธอตามหลักทางการแพทย์ โดยไม่สรุปความให้เจ้าตัวได้รับรู้ผล ไม่มีเค้าการเป็นแหล่งปัญญาและที่พึ่งพิง ในแบบหมอหนังน้ำเน่าของแมรี แอนน์ ดูเอน(Mary Ann Doane) เอาเสียเลย ยาโนมีอำนาจเหลือล้นด้วยวาทกรรมทางการแพทย์แต่ก็ได้แค่เงื้อง่าเพราะความลับเรื่องการแปลงเพศของเขาเป็นอุปสรรคสำคัญ ชีวิตสองด้านที่เผยเงื่อนงำอยู่ในชื่อของเขา รวมถึงความอับจนที่จะเลือกช่องเสียงให้เหมาะเจาะกับการอยู่ในสังคม สถานการณ์เบื้องลึกระหว่างคนทั้งสองฟ้องออกมาระหว่างการเต้นรำ จังหวะเท้าไม่ลงรอย เงอะงะ และไม่เข้าขาโดยสิ้นเชิง ดูราวกามคุณเป็นเรื่องอันตรายและน่าสมเพชแก่คนทุกวัย

อีกสิ่งที่มีบทบาทเชิงสัญลักษณ์เช่นเดียวกับเฮเลนา คือ เครื่องดนตรีท่วงท่า(theremin) หลายเหตุการณ์ในหนังมีสิ่งประดิษฐ์ไฟฟ้าชนิดนี้ไปปรากฏอยู่ เครื่องมือนี้ถือกำเนิดในค.ศ.1919 จากการคิดค้นของเลฟ เทอร์เมน(Lev Thermen)นักฟิสิกส์ชาวรัสเซีย เป็นเครื่องดนตรีที่บรรเลงโดยไม่ต้องสัมผัส เมืองเล็กๆ อย่างซัลตามีโอกาสสัมผัสความแปลกใหม่ที่ต้องอาศัยทักษะทางดนตรีขั้นเยี่ยมยอด เสาอากาศสองต้นจะจับท่วงท่ามือของผู้บรรเลงเพื่อกำหนดระดับเสียงและความดังโดยไม่ต้องกดส่วนใดของตัวเครื่อง ผู้บรรเลงต้องมีหูที่จับระดับเสียงแม่นยำและลีลาอันคล่องแคล่ว มาร์เท็ลเชิญมานูแอล ชาลเลอร์(Manuel Schaller)ยอดนักดนตรีชาวอาร์เจนไตน์มาบรรเลงจริงในหนัง “การถ่ายโอนความศักดิ์สิทธิ์และลี้ลับชวนประหลาดใจผ่านร่างกาย”

เสียงอันล่องลอยของสิ่งประดิษฐ์นี้ซึ่งมักคอยเสริมเอกลักษณ์แก่หนังวิทยาศาสตร์เฟื่องจินตภาพอมตะ เข้ากันกับงานของมาร์เท็ลได้เป็นอย่างดี อารมณ์ขันที่เจือในสำเนียงยังชวนให้นึกถึงสัญญาณจากเบื้องบน โจนาธาน รอมนีย์(Jonathan Romney)ตั้งข้อสังเกตว่าการลิ้มเสพรสชาติการบดเบียดเรือนร่างกับหมู่คนดูไปพร้อมกับรับชมการบรรเลงเทอร์มินของอะเมเลียนั้นนับเป็น”การคลุกโยงประสบการณ์จากกิจกรรมไร้สัมผัสและอกุศลสัมผัสอันพิเรนท์ยิ่ง” การวางกรอบภาพของมาร์เท็ลยังมุ่งเน้นความประเจิดประเจ้อของการสัมผัส ภาพการขยับเขยื้อนหว่างขาอันถึงใจของยาโนขัดแย้งกับภาพท่วงทีผ่อนคลายของเขาจากระยะกลาง จากความตื่นตะลึง สีหน้าอะเมเลียเปลี่ยนเป็นฉงนและเคลิบเคลิ้ม คนดูพออนุมานได้จากการอวดอุตริเป็นพวกกามวิปริตในรถไฟใต้ดินของยาโน เทอร์มินคือความวิจิตรเลิศเลอ ขณะที่ยาโนคือโลกียะอันอัปลักษณ์

การบรรเลงไร้สัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ของเทอร์มินยังติกย้ำความย้อนแย้งของเสียงที่มาร์เท็ลทั้งทึ่งและเคยมือ เสียงโดยตัวเองเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แม้ร่างกายจะรับรู้แต่ก็ไม่มีสิ่งใดยืนยัน ขณะเดียวกันหากจะมีภาพใดเป็นหลักฐาน เนื้อแท้ของมันก็ไม่เป็นรูปธรรมอยู่ดี เสียงตรึงเราไว้กับพื้นที่

เสียงตรึงเราไว้ในหลักแหล่งที่ควรเรียกว่าภพภูมิแห่งการไม่ศรัทธาในการพิสูจน์ ข้อเท็จจริงที่มาร์เท็ลและคณะพรรคใช่ประโยชน์จากค่ายกลเพิ่มระยะห่างและความเลี้ยวลด ดังที่ได้บรรยายไปแล้วถึงกลไกที่เสียงฉุดกายเนื้อของเราเข้าสู่โลกของหนัง(ดังที่รูบี ริช(Ruby Rich)บรรยายสรรพคุณไว้ว่า คนดูอดไม่ได้ที่จะรู้สึกรุมร้อนและต้องเงยหน้าตรวจตราท้องฟ้าเพื่อดูว่ามีฝนหรือไม่ ในการรับชม La Cienaga เช่นเดียวกับ La nina santa) ด้วยอิทธิพลของเสียงจากระยะเผาขนอันบาดหู และแจ่มแจ้ง เราไม่เพียงแค่รับชม แต่ถลำเข้าไปขลุกในห้วงความรู้สึก เสียงผนวกตัวเองเข้ากับคนดู แต่กระนั้นก็ไม่อาจเข้ากันเป็นเนื้อเดียวจากสภาพแต่อ้อนแต่ออก(default condition) ของเสียง จากความเข้าใจที่ว่าเสียงมีฤทธิ์และหลากผ่านร่างกาย ทุกอณูที่ได้ยินจึงย่อมตราตรึงในห้วงคำนึง เราจึงได้ยินพระวจนะของพระเจ้า พวกสาวรุ่นกังขาว่าหากวจนะดังกล่าวเปล่งมาจากปีศาจหรือความวิกลจริตแล้วจะแยกแยะได้อย่างไร อาจเป็นเสียงของวิญญาณหรือเสียงของแรงปรารถนาที่ได้ยินจากเพลงของอิเนสก็ได้? มาร์เท็ลเองบอกใบ้ว่าอาจเป็นทั้งสองอย่าง ท่าทีของเธอต่อเสียงกระตุ้นให้เราต้องตั้งหลักรับมือความยากเย็นในการแยกแยะส่วนรูปธรรมออกจากส่วนที่ไม่เป็นรูปธรรม กายกับจิต ในที่นี้ขอยกข้อวิเคราะห์ของรีมาแจกแจงแบบเต็มบท:
“การได้ยินไม่พึ่งธงคิดมากเท่าการมองเห็น ไม่ไว้ตัวเกินเหตุ และพร้อมจะพลีตัวเข้ากับประสบการณ์เพื่อรับรู้คุณค่าของการบรรลุชั่ววูบโดยไม่ดื้อดึง เหมือนเช่นการเห็นซึ่งจะล่ามโยงกับแบบแผนอันตายตัวในโลกวัตถุนิยมเพื่อผูกขาดความหมาย”

แปลจาก

http://www.ejumpcut.org/archive/jc50.2008/LMartelAudio/text.html

Written by enyxynematryx

March 17, 2016 at 2:17 am

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: